Nato ชี้สหราชอาณาจักรต้องมีแผนเพิ่มงบกลาโหมที่ชัดเจน
เลขาธิการ Nato เผยหลังหารือในกรุงลอนดอนว่า รัฐมนตรีอังกฤษยอมรับความจำเป็นในการทยอยเพิ่มงบกลาโหมสู่เป้าหมาย 3.5%

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Nato ย้ำสหราชอาณาจักรต้องมีแผนการเพิ่มงบกลาโหมรายปีที่ชัดเจน
- เป้าหมายการใช้จ่ายด้านการทหารอยู่ที่ 3.5% ภายในปี 2035
- รายละเอียดเส้นทางงบประมาณจะเปิดเผยในการทบทวนการใช้จ่ายปีหน้า
- ผู้นำ Nato ชี้เศรษฐกิจเติบโตคือหัวใจสำคัญในการสนับสนุนงบกองทัพ
มาร์ค รุตต์ เลขาธิการ Nato ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นภายหลังการเดินทางเข้าพบปะหารือกับรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรในกรุงลอนดอน โดยระบุว่าบรรดารัฐมนตรีอังกฤษต่างเข้าใจและยอมรับถึงความจำเป็นในการดำเนินงานแบบทีละขั้นตอนในแต่ละปี เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศที่กำหนดไว้
การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันที่ Andy Burnham นายกรัฐมนตรีอังกฤษต้องเผชิญ หลังให้คำมั่นว่าจะผลักดันงบประมาณด้านกลาโหมให้บรรลุเป้าหมายที่ 3.5% ตามที่อดีตผู้นำเคยลงนามไว้ โดยมีเป้าหมายระหว่างกาลอยู่ที่ 3% ภายในปี 2030 ซึ่งทาง John Healey รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเคยระบุว่าเป็นเครื่องยืนยันความจริงจังของประเทศ
การเพิ่มงบประมาณทางทหารของสหราชอาณาจักรสู่ระดับ 3.5% ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ท่ามกลางข้อจำกัดด้านงบประมาณแผ่นดินและการจัดสรรสวัสดิการสังคม การที่ Nato เข้ามาผลักดันให้เกิดเส้นทาง (Pathway) ที่ชัดเจนสะท้อนถึงความพยายามของพันธมิตรในการสร้างความมั่นคงในยุโรปท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด

ภาพโดย Teemu Paananen / Unsplash
แม้จะมีการยอมรับในหลักการเพิ่มงบประมาณรายปี แต่เลขาธิการ Nato ยอมรับว่าแผนงานและเส้นทางที่แน่ชัดในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวยังจะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะถึงการทบทวนการใช้จ่าย (Spending Review) ในปีหน้า โดย รุตต์ ได้พูดคุยกับทั้ง Wes Streeting รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ Ed Miliband รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ ระหว่างการเยือนลอนดอน
"I am absolutely confident that when it comes to the 3.5[%] they are there... There has to be a credible path."
Mark Rutte
นอกจากนี้ รุตต์ยังได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในประเด็นการบริหารจัดการงบประมาณ โดยระบุว่าเรื่องการใช้จ่ายด้านกลาโหมควรถูกแยกออกจากประเด็นเรื่องสวัสดิการสังคมอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งชี้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจคือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้รัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณสนับสนุนทั้งกองทัพ สวัสดิการสุขภาพ และเงินบำนาญได้อย่างประสบความสำเร็จพร้อมๆ กัน
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น