ข้ามไปเนื้อหาหลัก

JetBlue ขาดทุนต่อเนื่อง 6 ปี แต่หุ้นพุ่ง 13% หลังนักลงทุนเชื่อมั่นแผนฟื้นฟู

สายการบิน JetBlue เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ขาดทุน 247 ล้านดอลลาร์ แต่ยังคงเป้าหมายผลประกอบการปี 2026 และตั้งเป้าทำกำไรด้วยบริการชั้นหนึ่งภายในประเทศ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
29 Jul 2026ที่มา: Skift2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
JetBlue ขาดทุนต่อเนื่อง 6 ปี แต่หุ้นพุ่ง 13% หลังนักลงทุนเชื่อมั่นแผนฟื้นฟู

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • JetBlue รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ขาดทุน 247 ล้านดอลลาร์ และมีรายได้รวม 2.7 พันล้านดอลลาร์
  • บริษัทคาดการณ์อัตรากำไรจากการดำเนินงานตลอดทั้งปีนี้จะอยู่ระหว่างติดลบ 2% ถึง 5%
  • ตั้งเป้าหมายระยะยาวให้มีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1 ดอลลาร์ภายในปี 2028 ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 3 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
  • ราคาหุ้นของ JetBlue ปรับตัวสูงขึ้น 13% ในช่วงบ่ายวันอังคารที่ผ่านมา

แม้ว่าจะเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งภาระหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้น ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินที่พุ่งสูง และภาวะขาดทุนติดต่อกันเป็นเวลาถึง 6 ปีเต็ม แต่สายการบิน JetBlue ยังคงยืนยันมุมมองทางธุรกิจสำหรับปี 2026 พร้อมทั้งประกาศว่าบริษัทกำลังเดินหน้าอยู่บนเส้นทางที่จะกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งในอนาคต

ในรายงานผลประกอบการล่าสุด JetBlue ระบุว่าบริษัทขาดทุนสุทธิ 247 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาสที่ 2 จากรายได้รวม 2.7 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ทางสายการบินยังคาดการณ์ว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานสำหรับปีนี้จะติดลบอยู่ในช่วงระหว่าง 2% ถึง 5%

$247Mขาดทุนในไตรมาส 2
13%ราคาหุ้นพุ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากความต้องการเดินทางที่ยังคงแข็งแกร่ง ประกอบกับการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุก เช่น การเปิดให้บริการที่นั่งชั้นหนึ่งภายในประเทศ (Domestic First Class) ทำให้ JetBlue ตั้งเป้าหมายระยะยาวไว้ว่าจะมีกำไรต่อหุ้นถึง 1 ดอลลาร์ภายในปี 2028 โดยอยู่ภายใต้สมมติฐานว่าราคาน้ำมันจะทรงตัวอยู่ที่ราวๆ 3 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา บริษัทต้องจ่ายค่าน้ำมันเฉลี่ยสูงถึง 4.23 ดอลลาร์ต่อแกลลอน และสามารถชดเชยต้นทุนน้ำมันไปได้เพียง 50% เท่านั้น

JetBlue airplane interior cabin

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การที่นักลงทุนยังคงให้ความเชื่อมั่นและผลักดันให้ราคาหุ้นของ JetBlue พุ่งขึ้น 13% แม้บริษัทจะเผชิญตัวเลขขาดทุนและต้นทุนน้ำมันที่สูงกว่าสมมติฐาน สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังมองข้ามปัญหาเฉพาะหน้า และให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การปรับโครงสร้างธุรกิจระยะยาว โดยเฉพาะการเจาะตลาดผู้โดยสารพรีเมียมและการบริหารจัดการต้นทุนสินทรัพย์ในยามที่อุตสาหกรรมการบินมีการแข่งขันสูง

จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนในแผนการพลิกฟื้นธุรกิจดังกล่าว ส่งผลให้ราคาหุ้นของ JetBlue ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13%ในการซื้อขายช่วงบ่ายของวันอังคาร

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้