ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ดีเอสไอลุยคดีฮั้ว สว. ตั้งข้อหาอั้งยี่-ฟอกเงิน จี้ กกต.

กรมสอบสวนคดีพิเศษเดินหน้าดำเนินคดีอาญาข้อหาอั้งยี่และฟอกเงินในคดีฮั้ว สว. พร้อมชี้พิรุธ กกต. ไม่ยอมส่งเอกสารและไม่รับหลักฐานกล้องวงจรปิด

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
18 Sep 2026ที่มา: Matichon Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ดีเอสไอลุยคดีฮั้ว สว. ตั้งข้อหาอั้งยี่-ฟอกเงิน จี้ กกต.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ดีเอสไอดำเนินคดีอาญาข้อหาอั้งยี่และฟอกเงินในคดีฮั้ว สว.
  • ชี้พิรุธ กกต. ไม่ยอมส่งเอกสารข้อมูลสำคัญมาให้หน่วยงานตรวจสอบ
  • กกต. ปฏิเสธการรับหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดในกระบวนการ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ยกระดับการทำงานครั้งสำคัญด้วยการดำเนินคดีอาญาในข้อหาอั้งยี่และฟอกเงินเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. โดยการเคลื่อนไหวทางกฎหมายครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบขบวนการที่มีความซับซ้อนและมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิดทั้งหมดอย่างเด็ดขาด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดีได้ออกมาเปิดเผยถึงความผิดปกติในการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุถึงความเคลือบแคลงสงสัยในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่มีพฤติกรรมไม่ยอมส่งมอบเอกสารและข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต่อการสืบสวนสอบสวนให้กับทางดีเอสไอ ซึ่งสร้างอุปสรรคสำคัญในการคลี่คลายปมปัญหาดังกล่าว

Bangkok government building interior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

นอกจากประเด็นเรื่องการไม่ส่งเอกสารแล้ว ทางดีเอสไอยังได้หยิบยกประเด็นที่น่าสงสัยเพิ่มเติมกรณีที่ กกต. แสดงท่าทีปฏิเสธที่จะรับพยานหลักฐานชิ้นสำคัญ ซึ่งก็คือภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ไว้ได้ โดยการปฏิเสธดังกล่าวทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน

คดีฮั้ว สว. ถือเป็นหนึ่งในประเด็นทางการเมืองที่มีความอ่อนไหวและซับซ้อนสูง เนื่องจากกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาไทยมีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างอำนาจระดับประเทศ การที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างดีเอสไอต้องเผชิญกับอุปสรรคในการขอเอกสารและหลักฐานจาก กกต. สะท้อนถึงความท้าทายในการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างองค์กรอิสระและหน่วยงานรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อกระบวนการได้มาซึ่งอำนาจรัฐ

ทิศทางหลังจากนี้ของการดำเนินคดีจะยังคงดำเนินต่อไปตามกรอบของกฎหมาย แม้จะต้องเผชิญกับข้อจำกัดและความล่าช้าจากการไม่ได้รับความร่วมมือในบางประการ โดยทางดีเอสียืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมให้ถึงที่สุด

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้