AirAsia ปัดข่าวรัฐบาลมาเลเซียให้คู่แข่งเสียบพื้นที่การบิน
โทนี่ เฟอร์นันเดส ซีอีโอ AirAsia ปัดข่าวลือรัฐบาลมาเลเซียเปิดทางคู่แข่งเสียบส่วนแบ่งการบินในประเทศ พร้อมแจงมาตรการรัดเข็มขัดสู้ต้นทุนน้ำมัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Tony Fernandes ปัดข่าวรัฐบาลมาเลเซียเตรียมให้สายการบินอื่นมาแบ่งส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศ
- ระบุคู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบโครงสร้างต้นทุนและแบรนด์ของ AirAsia ได้ง่ายๆ
- สายการบินปรับตัวสู้ราคาน้ำมันพุ่งด้วยการระงับ 81 เส้นทาง และคืนเครื่องบิน 25 ลำก่อนกำหนด
- ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายด้วยความร่วมมือ codeshare กับ Pegasus Airlines เชื่อมยุโรปผ่านอิสตันบูล
ตลาดการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังร้อนระอุ เมื่อ AirAsia ต้องออกมาปกป้องส่วนแบ่งตลาดและสถานะความเป็นผู้นำในประเทศมาเลเซีย ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่าหน่วยงานรัฐกำลังหารือเรื่องการให้สายการบินคู่แข่งเข้ามาทดแทนกำลังการผลิตภายในประเทศที่อาจลดลงจากปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น
กระแสข่าวดังกล่าวสร้างความกังวลใจให้กับนักลงทุนและผู้ติดตามอุตสาหกรรมการบินเป็นอย่างมาก เนื่องจาก AirAsia ถือเป็นผู้เล่นหลักที่ครองส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศมาเลเซียมาอย่างยาวนาน การเปิดทางให้คู่แข่งเข้ามารับช่วงต่อจึงอาจเปลี่ยนภูมิทัศน์การแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินราคาประหยัดของภูมิภาคนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม Tony Fernandes ผู้ร่วมก่อตั้ง AirAsia ได้ออกมาสยบข่าวลือดังกล่าวระหว่างการเดินทางไปเยือนสำนักงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเขาได้เปิดแถลงข่าวที่กรุงเทพมหานครและระบุอย่างชัดเจนว่ารายงานข่าวดังกล่าวเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
"We are a unique brand … You can’t just step in"
เฟอร์นันเดสให้เหตุผลว่าโครงสร้างต้นทุนและรูปแบบธุรกิจของ AirAsia เป็นสิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งสายการบินคู่แข่งไม่สามารถเข้ามาเสียบแทนที่หรือทำซ้ำได้ทันทีในชั่วข้ามคืน โดยเขายังได้ยอมรับว่าบริษัทกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากราคาเชื้อเพลิงเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามอิหร่าน
วิกฤตการณ์ราคาน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งสูงถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-cost carrier) ทั่วโลก เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงคิดเป็นสัดส่วนค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุด การที่ AirAsia เลือกใช้วิธีปรับลดฝูงบินและระงับเส้นทางบินที่ไม่ทำกำไร จึงเป็นกลยุทธ์การบริหารกระแสเงินสดที่จำเป็นเพื่อความอยู่รอดในระยะสั้น ก่อนที่สถานการณ์ราคาพลังงานโลกจะคลี่คลายลง
เพื่อรับมือกับวิกฤตต้นทุนพลังงาน ทางสายการบินได้ดำเนินมาตรการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ซึ่งรวมถึงการระงับเส้นทางบินรวม 81 เส้นทาง (โดยมีแผนจะกลับมาเปิดให้บริการ 17 เส้นทางในไตรมาสที่ 3 และ 4) รวมถึงการคืนเครื่องบิน 25 ลำก่อนกำหนด และหันมาใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยบริหารจัดการต้นทุนภายในองค์กร
แม้จะต้องเผชิญกับการปรับลดกำลังการผลิต แต่เฟอร์นันเดสก็ยังคงแสดงความเชื่อมั่นว่าวิกฤตครั้งนี้จัดการได้ง่ายกว่าช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 มาก เนื่องจากความต้องการเดินทางของผู้โดยสารยังคงมีอยู่สูง นอกจากนี้บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เช่น การทำ codeshare กับสายการบิน Pegasus Airlines ของตุรกี เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรปผ่านสนามบินอิสตันบูล พร้อมยืนยันว่าไม่มีแผนการปลดพนักงานแต่อย่างใด
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น