Aarke: วิธีชุบชีวิตเครื่องใช้ในครัวให้เป็นไลฟ์สไตล์ไอเทม
มาลิน แกฟแวร์ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Aarke เผยเบื้องหลังการเปลี่ยนเครื่องใช้ในครัวสามัญให้กลายเป็นงานดีไซน์ที่มีคุณค่าทางจิตใจ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Aarke แบรนด์เครื่องใช้ในครัวระดับพรีเมียม ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 เพื่อยกระดับของใช้ในบ้านที่มักถูกมองข้าม
- มาลิน แกฟแวร์ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ชี้ว่าความเรียบง่ายจะดูเย็นชาไร้ชีวิตชีวาหากขาดเรื่องราวและตัวตนที่ชัดเจน
- เน้นเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันธรรมดาให้กลายเป็นพิธีกรรมอันเงียบสงบผ่านงานออกแบบที่ใส่ใจรายละเอียด
- บูรณาการผลิตภัณฑ์ พื้นที่ภายใน และภาพลักษณ์แฟชั่นเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประสบการณ์แบรนด์ที่เป็นหนึ่งเดียว
ในบทสัมภาษณ์ซีรีส์ Navigators of Design ตอนที่ 6 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง designboom กับ Most Studios มาลิน แกฟแวร์ (Malin Gäfvert) ครีเอทีฟไดเรกเตอร์แห่ง Aarke แบรนด์เครื่องใช้ในครัวระดับพรีเมียม ได้บอกเล่าถึงแนวทางการสร้างแบรนด์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เธอมองว่าการเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คือการเปลี่ยนสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันจากเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมือใช้งาน ให้กลายมาเป็นงานศิลปะบอกเล่าไลฟ์สไตล์ที่ทรงคุณค่า
แทนที่จะซ่อนอุปกรณ์เครื่องครัวไว้ในตู้เก็บของตามความคุ้นเคยทั่วไป กลยุทธ์ของ Aarke กลับเลือกที่จะเติมคุณค่าให้กับช่วงเวลาธรรมดา เปลี่ยนงานบ้านที่น่าเบื่อให้กลายเป็นช่วงเวลาอันเงียบสงบและมีความหมายในทุกๆ วัน นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2013 แบรนด์มีเป้าหมายหลักในการปรับปรุงของใช้จำเป็นภายในบ้านที่ผู้คนมักหลงลืมไปให้กลับมามีความโดดเด่นอีกครั้ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"เราปฏิบัติกับผลิตภัณฑ์เหมือนเป็นชิ้นงานดีไซน์ตั้งแต่วันแรก แทนที่จะมองว่าเป็นแค่อุปกรณ์เสริมที่ถูกยัดเก็บไว้ในตู้ระหว่างการใช้งาน ในการสร้างแบรนด์ของเรา ฟังก์ชันการใช้งานกลายมาเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมด"
มาลิน แกฟแวร์ (Malin Gäfvert)
วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของ Aarke มุ่งเน้นไปที่ความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังวัตถุ มากกว่าการมองแค่ว่ามันทำอะไรได้บ้าง แนวทางนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างเรื่องราวที่เป็นหนึ่งเดียวไปพร้อมกับคอลเลกชันผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยให้ความสำคัญกับการขจัดความหงุดหงิดเล็กๆ น้อยๆ และความรกในชีวิตประจำวัน
การที่แบรนด์พรีเมียมหันมาเน้นเรื่อง 'การสร้างเรื่องราว' (Storytelling) แทนที่จะขายแค่ฟังก์ชันการใช้งาน ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ความคุ้มค่าด้านราคาอีกต่อไป แต่ต้องการสินค้าที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ การเปลี่ยนของใช้ในครัวให้กลายเป็นงานศิลปะชิ้นเล็กๆ จึงช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์ (Emotional Connection) ระหว่างผู้ใช้กับแบรนด์ได้ยั่งยืนกว่าการแข่งขันกันที่ฟีเจอร์ทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
ในแง่ของการนำเสนอภาพลักษณ์ Aarke ได้ผสานการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ระยะใกล้ที่เน้นวัสดุและรูปทรง เข้ากับภาพถ่ายไลฟ์สไตล์ที่มีชีวิตชีวา การสอดแทรกปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและบริบทที่จับต้องได้ให้กับงานดีไซน์ ทำให้ภาพรวมของแบรนด์หลุดพ้นจากความมินิมอลที่ดูเย็นชาและไร้อารมณ์
นอกจากนี้ มาตรการภายในของบริษัทยังควบคุมมาตรฐานให้บรรจุภัณฑ์ การแกะกล่อง (Unboxing) และสภาพแวดล้อมในร้านค้าสะท้อนงานดีไซน์เดียวกันทั้งหมด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อในทุกจุดสัมผัสกับผู้บริโภค โดยหลีกหนีจากการวิ่งตามกระแสแฟชั่นที่รวดเร็ว แต่เลือกใช้จังหวะเวลาและน้ำหนักเสียงที่หนักแน่นเพื่อรักษาแก่นแท้ของแบรนด์เอาไว้ในระยะยาว
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น