ข้ามไปเนื้อหาหลัก

พิสิษฐ์ จี้ กกต. สอบสว.ส้ม คาด ‘แดง-สมพาน’ ลุยสู้ศาล

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกวิปวุฒิ ขอประชาชนยึดกฎหมาย หลัง กกต. มีมติส่งศาลฟันปมฮั้ว สว. 26 คน เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2569 ที่ จ.ตราด

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
สด18 Sep 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
พิสิษฐ์ จี้ กกต. สอบสว.ส้ม คาด ‘แดง-สมพาน’ ลุยสู้ศาล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกวิปวุฒิ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2569 ที่ จ.ตราด
  • ขอให้ประชาชนยึดมั่นในกฎหมายและรัฐธรรมนูญหลัง กกต. มีมติส่งศาลฎีกาฟัน สว. 26 คน
  • คาดว่า ‘แดง-สมพาน’ อาจเลือกไม่เดินทางไปชี้แจงและเตรียมสู้คดีในชั้นศาลโดยตรง
  • ระบุกรณีไอลอว์และพรรคประชาชนเปิดข้อมูลต่อเนื่องเป็นสิทธิที่ทำได้ตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 16.45 น. ที่ผ่านมา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจกรรมวุฒิสภา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชาชนแสดงความไม่พอใจต่อมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่มีคำวินิจฉัยส่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องกับคดีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภาเพียงบางรายเท่านั้น โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการลงพื้นที่ ณ โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

นายพิสิษฐ์ ได้กล่าวถึงประเด็นความไม่พอใจของประชาชนโดยระบุว่า เรื่องความพึงพอใจนั้นไม่สามารถนำมาเป็นเกณฑ์ตัดสินได้ สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือทุกคนต้องยึดมั่นในกรอบของกฎหมายเป็นหลัก ห้ามใช้กฎหมู่หรือข้อคิดเห็นส่วนตัวมาเป็นบรรทัดฐาน พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า กกต. ได้มีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการออกมาแล้วว่ามีสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 26 คน ที่ต้องถูกส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา ซึ่งที่ผ่านทางวุฒิสภาก็ได้ให้ความร่วมมือมาโดยตลอด จึงคาดหวังว่าประชาชนจะเคารพกฎหมายและกติกาภายใต้รัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน

Sappaya-Sapasathan Thai Parliament Bangkok

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในส่วนที่มีคำถามถึงกรณีที่ทางไอลอว์ รวมถึงนักการเมืองจากพรรคประชาชนอย่าง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ออกมาทยอยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง แม้ทาง กกต. จะไม่ได้เปิดเผยชื่อพยานก็ตาม ทางโฆษกวิปวุฒิได้แสดงมุมมองต่อเรื่องนี้ว่า การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ภายใต้กรอบของสังคมประชาธิปไตย

การที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมส่งสำนวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภาไปยังศาลฎีกานั้น ถือเป็นขั้นตอนสำคัญตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งกำหนดให้ศาลฎีกาเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดในคดีการเลือกตั้งระดับประเทศ การที่ สว. บางส่วนเลือกที่จะไม่เข้ากระบวนการชี้แจงในชั้นต้นและเตรียมตัวไปต่อสู้คดีในชั้นศาลโดยตรง สะท้อนถึงการใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในกระบวนการยุติธรรมขั้นสูงสุด

นอกจากนี้ นายพิสิษฐ์ยังได้คาดการณ์ถึงสถานการณ์ของบุคคลที่ถูกพาดพิงในสำนวนดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีของ ‘แดง’ และ ‘สมพาน’ ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเลือกไม่เข้าชี้แจงในกระบวนการชั้นต้น แต่จะเก็บข้อต่อสู้ทั้งหมดไว้เผชิญหน้าและหักล้างกันในชั้นศาลทีเดียว ซึ่งสอดคล้องกับบรรยากาศความตื่นตัวของภาคประชาชนและองค์กรภาคิวด้านกฎหมายที่กำลังติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้