Family Offices แห่ลงทุน AI เลี่ยงไม่ผ่านกองทุน VC
ครอบครัวเศรษฐีหันเหลงทุนตรงในบริษัท AI และซื้อหุ้นเดิมเลี่ยงกองทุน VC เผยตัวเลขพอร์ตลงทุนทางเลือกพุ่งแตะ 42% ตามรายงาน UBS 2026

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ครอบครัวเศรษฐีหันลงทุนตรงและซื้อหุ้น AI ต่อจากผู้ถือหุ้นเดิม
- พอร์ตลงทุนทางเลือกพุ่ง 42% ตามรายงานของ UBS ปี 2026
- เงินบริหารโดย Family Offices คาดแตะ 9.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030
กลุ่มครอบครัวเศรษฐีผู้บริหารจัดการความมั่งคั่งด้วยตนเองผ่าน Family Offices กำลังให้ความสนใจลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI อย่างหนักหน่วง โดย Djoann Fal ที่ปรึกษาและนักลงทุนจากแพลตฟอร์มความมั่งคั่ง Atlas Capital ในซานฟรานซิสโก เผยว่าความคุ้มค่าและผลตอบแทนในตลาด AI ตอนนี้ดึงดูดใจเป็นอย่างยิ่ง
ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือกลุ่มนักลงทุนกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการลงทุนผ่านผู้จัดการกองทุนร่วมลงทุนหรือ VC แบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่เลือกที่จะเข้าซื้อหุ้นเดิมในบริษัทเอกชนจากผู้ถือหุ้นรายอื่นโดยตรง หรือเจรจาทำข้อตกลงด้วยตัวเอง ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าถึงบริษัท AI แถวหน้าได้ทันทีโดยไม่ต้องฝากเงินไว้กับผู้จัดการกองทุนนานถึงทศวรรษ
ศักยภาพทางการเงินของกลุ่มนี้มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง โดยรายงานจาก Deloitte เมื่อปี 2024 ระบุว่า Family Offices ทั่วโลกบริหารจัดการสินทรัพย์รวมกันอยู่ที่ 5.5 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดการณ์ว่าจะทะยานขึ้นไปถึงอย่างน้อย 9.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
รายงาน Global Family Office Report ประจำปี 2026 ของ UBS ซึ่งทำการสำรวจสำนักงานครอบครัวจำนวน 307 แห่งทั่วโลกที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเฉลี่ย 2.7 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนทางเลือก ซึ่งรวมถึงหุ้นนอกตลาด เวนเจอร์แคปิตอล และเครดิตเอกชน คิดเป็นสัดส่วนถึง 42% ของพอร์ตการลงทุนโดยเฉลี่ยแล้ว
การที่ Family Offices หันมาลงทุนตรงในบริษัทเทคโนโลยีช่วยลดตัวกลางและค่าธรรมเนียมก้อนโตให้กับกองทุน VC แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสี่ยงในการคัดเลือกกิจการด้วยตนเอง ซึ่งสะท้อนมุมมองว่ากลุ่มทุนกระเป๋าหนักเหล่านี้ยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเพื่อแลกกับผลตอบแทนก้าวกระโดดในยุคทองของ AI
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าคิดว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงถาวรหรือเป็นเพียงวงจรที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยในช่วงปลายทศวรรษ 2010 การลงทุนตรงเคยไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะพุ่งสูงอย่างรวดเร็วในปี 2021 ซึ่งสัดส่วนดีลตรงแตะ 13% ของพอร์ตโดยรวม เพิ่มขึ้นจาก 9% ในปี 2019 ตามข้อมูลของ UBS ในขณะนั้น
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก PwC ระบุว่ามูลค่าการทำดีลรวมของ Family Offices เคยพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2021 ที่จำนวน 17,460 ดีล คิดเป็นมูลค่าราว 1.05 ล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลก ก่อนจะร่วงลงอย่างรวดเร็วจากปัญหาอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและผลตอบแทนที่ไม่เป็นไปตามคาดจนทำให้ปริมาณดีลดิ่งลง 53% ภายใน 18 เดือน และซบเซาต่อเนื่องจนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2025
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น