ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Situationists: พลิกโฉมเมืองจากผู้ชมนอกจอสู่นักสร้างสรรค์

ย้อนรอยกลุ่ม Situationist International ก่อตั้งปี 1957 กับแนวคิดท้าทายสังคมบริโภคนิยม เปลี่ยนเมืองและสถาปัตยกรรมให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเล่นและการมีส่วนร่วมที่แท้จริง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
สด19 Sep 20265 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Situationists: พลิกโฉมเมืองจากผู้ชมนอกจอสู่นักสร้างสรรค์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กลุ่ม Situationist International ก่อตั้งขึ้นในยุโรปเมื่อปี 1957 เพื่อท้าทายวัฒนธรรมที่ทำให้มนุษย์เป็นเพียงผู้ชมนอกจอ
  • Guy Debord ตีพิมพ์หนังสือ The Society of the Spectacle ในปี 1967 นิยามสังคมแห่งการแสดงที่ภาพลักษณ์บดบังชีวิตจริง
  • แนวคิดการเดินสำรวจ (dérive) และการสร้างสถานการณ์ชั่วคราวถูกนำมาใช้เพื่อปลดแอกผู้คนจากการใช้ชีวิตตามระบบที่ถูกกำหนดไว้
  • การตั้งคำถามถึงพื้นที่ปฏิสัมพันธ์ในปัจจุบัน ว่าเป็นการให้สิทธิ์ในการควบคุมที่แท้จริงหรือเป็นเพียงรูปแบบการแสดงที่ถูกจัดฉากไว้ล่วงหน้า

หากเมืองไม่ได้มีไว้เพื่อการบริโภคแต่มีไว้เพื่อการเล่น แนวคิดนี้เคยถูกนำมาใช้โดยกลุ่ม Situationist International เพื่อท้าทายบทบาทแบบตั้งรับของผู้คนในสังคมสมัยใหม่ แทนที่จะเดินตามเส้นทาง ฟังก์ชัน ภาพลักษณ์ และกิจวัตรที่ถูกจัดเตรียมไว้ พวกเขาจินตนาการถึงผู้อยู่อาศัยที่สามารถเดินเร่ร่อน แทรกแซง Improvising และร่วมกันปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ เมืองจึงกลายเป็นสนามแห่งความเป็นไปได้อันไม่รู้จบ

ความทะเยอทะยานนี้ปรากฏชัดในผลงานของกลุ่มศิลปิน นักเขียน และนักทฤษฎีที่รวมตัวกันในยุโรปเมื่อปี 1957 การวิพากษ์วิจารณ์ของพวกเขาครอบคลุมตั้งแต่โฆษณา สื่อมวลชน สถาปัตยกรรม การผังเมือง ศิลปะ ไปจนถึงชีวิตประจำวัน ซึ่งทั้งหมดนี้หล่อหลอมให้ผู้คนกลายเป็นผู้ชม Guy Debord คือผู้ให้คำจำกัดความที่ทรงอิทธิพลที่สุดว่า 'The Spectacle' หรือสังคมแห่งการแสดง แต่การตอบสนองของกลุ่ม Situationists ไม่ใช่การสร้างภาพที่ดีกว่าเดิม พวกเขาต้องการเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกที่ภาพเหล่านั้นเป็นตัวแทน ผ่านการเดินไร้จุดหมายปลายทาง การนำวัสดุทางวัฒนธรรมเดิมมาดัดแปลง การสร้างสถานการณ์ชั่วคราว และการจินตนาการถึงสภาพแวดล้อมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยการเล่น

กว่าครึ่งศตวรรษต่อมา แนวคิดเหล่านี้กลับมาคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เมื่อเราเดินผ่านงานติดตั้งศิลปะแบบดื่มด่ำ (immersive installations) มีปฏิสัมพันธ์กับสถาปัตยกรรมตอบสนอง และผลิตภาพถ่ายของตัวเองวนเวียนอยู่ในระบบ คำถามที่กลุ่ม Situationists น่าจะเอ่ยขึ้นทันทีก็คือ เมื่อพื้นที่ขอให้เรามีส่วนร่วม เราได้รับอำนาจในการควบคุมจริงๆ หรือเป็นเพียงการเปิดโอกาสให้เราแสดงบทบาทภายใต้กรอบของ spectacle ที่ซับซ้อนขึ้นเท่านั้น

historical city map urban diagram vintage

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

กลุ่ม Situationist International ปรากฏตัวขึ้นในยุโรปยุคหลังสงคราม ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมผู้บริโภคที่ขยายตัว สื่อมวลชน และการบูรณะเมือง ชีวิตประจำวันถูกครอบงำด้วยโฆษณาและภาพลักษณ์แห่งการบริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่เมืองถูกจัดระเบียบใหม่รอบฟังก์ชันเฉพาะทาง เช่น ที่อยู่อาศัยที่นี่ พื้นที่ทำงานตรงนั้น และแหล่งช้อปปิ้งอีกที่ โดยมีการเดินทางเชื่อมโยงผ่านถนน ตารางเวลา และโครงสร้างพื้นฐาน

Guy Debord เสนอข้อสรุปที่ทรงอิทธิพลที่สุดในหนังสือ The Society of the Spectacle ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1967 โดยระบุว่า spectacle ไม่ได้หมายถึงโทรทัศน์ โฆษณา ภาพยนตร์ หรือความบันเทิงทางภาพ แต่หมายถึงภาวะทางสังคมที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ถูกคั่นกลางด้วยภาพตัวแทน ดังที่เขาเขียนไว้ว่า spectacle คือความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างผู้คนที่ถูกสื่อกลางผ่านการสะสมของภาพซึ่งทำหน้าที่พรากเราออกจากชีวิตที่ใช้จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

แนวคิดเรื่อง Society of the Spectacle ของ Debord ในยุค 1960s ทำนายสภาพสังคมโซเชียลมีเดียในปัจจุบันได้อย่างแม่นยำ เมื่อตัวตนและประสบการณ์ของเราถูกแปลงเป็นภาพดิจิทัลและคอนเทนต์เพื่อแลกเปลี่ยนการมีส่วนร่วม (Engagement) การตั้งคำถามของ Situationists จึงยังคงทรงพลังในการเตือนสติให้เราตระหนักว่า เทคโนโลยีที่อ้างว่าสร้างการมีส่วนร่วม อาจกำลังจำกัดกรอบความคิดของเราให้อยู่ในเส้นทางที่ระบบออกแบบไว้ล่วงหน้าเช่นกัน

กลุ่ม Situationists ตอบโต้ด้วยการอ่านพื้นที่ในมุมมองใหม่ แผนที่และไดอะแกรมของพวกเขาไม่ได้บอกเล่าถนนหนทางตามภูมิศาสตร์ แต่พยายามแสดงโซนแห่งแรงดึงดูด การเคลื่อนไหว และบรรยากาศ ผลงาน The Naked City ของ Guy Debord ในปี 1957 ได้แยกชิ้นส่วนแผนที่ปารีสออกเป็นส่วนๆ และเชื่อมโยงด้วยลูกศร เพื่อนำเสนอเมืองผ่านความสัมพันธ์ทางจิตภูมิศาสตร์ (Psychogeography) วิธีการนี้เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมเดิมกับผู้คนที่เคลื่อนผ่าน ทำให้สถาปัตยกรรมกลายเป็นเรื่องของพฤติกรรมที่อนุญาต ห้ามปราม หรือเปิดจินตนาการให้เกิดขึ้นได้

"a social relation between people that is mediated by an accumulation of images that serve to alienate us from a genuinely lived life."

Guy Debord

ในแง่ของการออกแบบ จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนจากการสร้าง (making) ไปสู่การใช้งาน (using) วัตถุตูรทางวัฒนธรรมจะไม่ถูกมองว่าเป็นข้อความสำเร็จรูปที่ส่งจากผู้สร้างไปยังผู้ชมอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ความหมายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ผ่านวิธีที่ผู้คนหยิบจับมาใช้ซ้ำและตีความใหม่ ผู้ชมจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่รับความหมาย แต่เข้าไปแทรกแซงและร่วมกำหนดรูปร่างของงานชิ้นนั้น

แนวคิดนี้เด่นชัดขึ้นผ่านแนวคิดเรื่อง 'สถานการณ์ที่ถูกสร้างขึ้น' (constructed situation) ซึ่งมองประสบการณ์ในชีวิตประจำวันว่าเป็นสิ่งที่สามารถถูกขับเคลื่อนขึ้นมาได้อย่างตั้งใจ พวกเขาส สนใจสร้างสภาพแวดล้อมชั่วคราว เหตุการณ์ และการพบปะที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าไปมีส่วน ฃ่วมและชี้นำผลลัพธ์ได้ตามสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างกัน

modern minimalist contemporary architecture pavilion

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ที่มา:

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้