FPGB Mini: เครื่องเล่นเกมพกพาเล่นตลับ Game Boy ขนาดเล็ก
FunnyPlaying เปิดตัว FPGB Mini เครื่องเล่นเกมพกพาใช้ชิป FPGA ขนาดกะทัดรัด รองรับตลับ Game Boy และ GBC ในราคาเริ่มต้น 69.99 ดอลลาร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- FPGB Mini เครื่องเล่นเกมพกพารุ่นใหม่จาก FunnyPlaying รองรับตลับ Game Boy และ Game Boy Color
- ตัวเครื่องมีขนาดเล็กกะทัดรัดกว่า Analogue Pocket และกว้างกว่าตลับเกมต้นฉบับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
- ใช้เทคโนโลยี FPGA ให้ความแม่นยำสูง พร้อมหน้าจอ LCD ขนาด 2.98 นิ้ว และแบตเตอรี่ 1,800mAh
- ลอตแรกเปิดราคาโปรโมชัน 69.99 ดอลลาร์ และเตรียมพิจารณาผลิตเพิ่มหลังปรับปรุงฮาร์ดแวร์
บริษัท FunnyPlaying ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ผลิตชุดอัปเกรดสำหรับ Game Boy และ GBA ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องเล่นเกมพกพารุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาให้สามารถเล่นตลับเกมแท้ของนินเทนโดรวมถึงไฟล์ ROM ได้ โดยเครื่องเล่นรุ่นนี้มีชื่อว่า FPGB Mini ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความวินเทจแต่ต้องการความคล่องตัวในการพกพาที่สูงกว่าเครื่องเล่นเกมรุ่นอื่นๆ ในท้องตลาด
แม้ว่าข้อจำกัดของ FPGB Mini จะอยู่ที่การรองรับตลับเกมเฉพาะเครื่อง Game Boy และ Game Boy Color เท่านั้น ทำให้ไม่ครอบคลุมถึงตลับ Game Boy Advance และ Sega Game Gear เหมือนกับคู่แข่งอย่าง Analogue Pocket แต่จุดเด่นที่ทำให้เกมเมอร์หลายคนสนใจคือดีไซน์ที่เล็กกะทัดรัดเป็นพิเศษ โดยตัวเครื่องมีความกว้างมากกว่าตัวตลับเกมต้นฉบับเพียงนิดเดียวเท่านั้น พร้อมทั้งมีราคาจำหน่ายที่จับต้องได้ง่ายกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ในด้านของราคาจำหน่าย Analogue Pocket ได้ปรับราคาขึ้นไปอยู่ที่ 239.99 ดอลลาร์ ในขณะที่ FPGB Mini เปิดตัวด้วยราคาโปรโมชันลดเหลือ 69.99 ดอลลาร์ จากราคาปกติ 89.99 ดอลลาร์สำหรับลอตแรกจำนวนจำกัดเพียง 20 เครื่อง ซึ่งขายหมดอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ทางเว็บไซต์ Retro Dodo ซึ่งได้รับเครื่องมาทดสอบล่วงหน้าไม่กี่วันระบุว่า บริษัทกำลังวางแผนที่จะผลิตเพิ่มหลังจากมีการปรับปรุงชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์บางส่วนเพิ่มเติม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของสเปกภายใน FPGB Mini เลือกใช้เทคโนโลยี field-programmable gate array (FPGA) เช่นเดียวกับ Analogue Pocket เพื่อจำลองการทำงานของฮาร์ดแวร์ดั้งเดิมจากนินเทนโดให้มีความแม่นยำสูงสุด นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการอัปเกรดจุดต่างๆ ได้แก่ หน้าจอ LCD ขนาด 2.98 นิ้ว ความละเอียด 800x720 พิกเซล แบตเตอรี่แบบรีชาร์จความจุ 1,800mAh และช่องใส่การ์ด microSD สำหรับจัดเก็บไฟล์เซฟเกม ภาพหน้าจอ หรือไฟล์ ROM เพื่อเล่นผ่านระบบจำลอง
เทคโนโลยี FPGA (Field-Programmable Gate Array) ที่ทั้ง FPGB Mini และ Analogue Pocket เลือกใช้นั้น มีความแตกต่างจากการเล่นเกมผ่านซอฟต์แวร์ Emulation ทั่วไปตรงที่ตัวชิปจะจำลองวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องเกมดั้งเดิมขึ้นมาในระดับฮาร์ดแวร์จริงๆ ทำให้ลดอาการหน่วง (Lag) และแสดงผลเกมได้ตรงตามต้นฉบับมากที่สุด โดยไม่ต้องพึ่งพาการประมวลผลระบบปฏิบัติการซ้ำซ้อน ถือเป็นทางเลือกพรีเมียมสำหรับนักสะสมตลับเกมยุคเก่า
อย่างไรก็ตาม ด้วยขนาดตัวเครื่องที่เล็กกะทัดรัดอย่างมาก จึงทำให้ FPGB Mini มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถรองรับตลับเกมที่มีมอเตอร์สั่นสะเทือน (Rumble Motors) หรืออุปกรณ์เสริมฮาร์ดแวร์ชิ้นใหญ่ได้ แต่หากมองในแง่ของความเป็นเครื่องเล่นเกมพกพาที่หยิบใส่กระเป๋าเสื้อได้ง่าย นี่อาจเป็นขนาดที่เล็กที่สุดเท่าที่ Game Boy ยุคใหม่จะสามารถพัฒนาไปถึงได้แล้ว
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น