การดี ชวนล่าชื่อหยุดโครงการ TH-AI Passport จี้ทบทวนงบ 1,600 ล้าน
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์รณรงค์คัดค้านโครงการ TH-AI Passport ชี้ใช้งบพันล้านแต่ด้อยกว่าของฟรี และเข้าข่ายทุจริตอย่างถูกระเบียบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- การดี เลียวไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ชวนประชาชนลงชื่อคัดค้านโครงการ TH-AI Passport
- ระบุเป็นโครงการใช้งบกว่า 1,621 ล้านบาท แต่กลับมีคุณภาพด้อยกว่าเครื่องมือฟรี
- ชูประเด็น ทุจริตอย่างถูกระเบียบ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในระบบงบประมาณแผ่นดิน
- กลุ่มคนทำงานสายเทคโนโลยีอิสระเป็นผู้ริเริ่มแคมเปญผ่านเว็บไซต์ Stopaipass
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นางการดี เลียวไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว เชิญชวนให้ประชาชนร่วมลงชื่อในแคมเปญสาธารณะเพื่อกดดันให้ระงับโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเป็นโครงการที่มีมูลค่าการจัดจ้างกว่า 1,600 ล้านบาท แต่ถูกวิจารณ์ว่ามีประสิทธิภาพด้อยกว่าเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ที่เปิดให้ใช้งานได้ฟรี พร้อมกันนี้เธอยังได้ระบุข้อความขอบคุณผู้สนับสนุนและเพื่อนฝูงที่ช่วยกันส่งข้อมูลและลิงก์มาให้ ทำให้เธอมีกำลังใจในการเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
ข้อความจากแคมเปญรณรงค์ดังกล่าวระบุเนื้อหาเชิญชวนให้ประชาชนร่วมส่งกำลังใจให้ ส.ส.การดี ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport อย่างเข้มข้น เพื่อปกป้องเงินภาษีของประชาชนมูลค่ารวมกว่า 1,621 ล้านบาท ให้มีการนำไปใช้อย่างโปร่งใส คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยแคมเปญนี้ระบุว่าปัจจุบันเหลือเพียงเธอที่ยังคงเกาะติดเรื่องนี้อย่างไม่ลดละ พร้อมกับติดแฮชแท็กเรียกร้องความโปร่งใสและการหยุดใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่าผ่านเว็บไซต์ Stopaipass

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในเวลาเดียวกัน ทางด้านผู้สื่อข่าวยังได้รายงานเพิ่มเติมว่า แคมเปญดังกล่าวไม่ได้ริเริ่มโดยนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใด แต่ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มคนทำงานในสายเทคโนโลยีของประเทศไทย ที่ประกาศตัวว่าไม่สังกัดพรรคการเมืองและไม่รับเงินสนับสนุนจากบริษัทหรือหน่วยงานใดทั้งสิ้น โดยหน้าเว็บไซต์ของแคมเปญได้สะท้อนจุดยืนที่ชัดเจนว่าพวกเขาไม่สามารถยอมรับแนวคิดเรื่องทุจริตอย่างถูกระเบียบให้กลายเป็นทรรศนะมาตรฐานใหม่ของสังคมไทยได้
ประเด็นเรื่องทุจริตอย่างถูกระเบียบ (Procedural Corruption) ถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนในภาครัฐ เนื่องจากโครงการต่างๆ มักผ่านขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบราชการทุกประการ มีเอกสารครบถ้วน และมีผู้ชนะประมูลที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่จุดอ่อนสำคัญมักอยู่ที่การขาดตัวชี้วัดความคุ้มค่าของเม็ดเงิน (Key Performance Indicators) และการขาดกลไกตรวจสอบว่าโครงการนั้นตอบโจทย์ประชาชนจริงหรือไม่ ทำให้เกิดคำถามว่าการดำเนินโครงการที่ถูกต้องตามระเบียบแต่วัดผลสัมฤทธิ์ไม่ได้นั้นเพียงพอแล้วหรือสำหรับการใช้เงินภาษีระดับพันล้าน
ทางหน้าเว็บไซต์ของแคมเปญยังได้ระบุขยายความเพิ่มเติมว่า ประเด็นปัญหาไม่ได้อยู่ที่การทำผิดระเบียบข้อบังคับ แต่เป็นการใช้ระเบียบเหล่านั้นเป็นเกราะกำบัง เนื่องจากโครงการดังกล่าวไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน ไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าประเทศชาติและประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไรกลับคืนมาบ้าง พร้อมกับเน้นย้ำข้อความสำคัญว่าการดำเนินการที่ถูกต้องตามระเบียบไม่ได้แปลว่าถูกต้องและคุ้มค่าเสมอไป
ไม่ได้ขอให้ทบทวนโครงการเดียว เราปฏิเสธมาตรฐานที่ยอมให้เงินภาษีระดับพันล้านบาทเคลื่อนผ่านไปได้ โดยไม่ต้องตอบคำถามพื้นฐานว่าใครได้ประโยชน์ วัดผลอย่างไร และเปิดให้ตรวจสอบได้
กลุ่มคนทำงานสายเทคโนโลยีและนางการดี เลียวไพโรจน์
นอกจากนี้ ทางกลุ่มผู้จัดทำแคมเปญยังได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าพวกเขาไม่ยอมรับการอนุมัติงบประมาณระดับพันล้านบาทที่ไม่มีการประกาศตัวชี้วัดล่วงหน้า และไม่เห็นด้วยกับการเบิกจ่ายงบตามหน่วยงานที่ไม่มีการนิยามความหมายที่ชัดเจน พร้อมกับรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อยื่นข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้มีคำสั่งยุติโครงการดังกล่าวโดยเร็ว
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น