สมาคมฟุตบอลอังกฤษกังวลแผนตั้งบริษัทลูกของฟีฟ่า หวั่นกระทบเวิลด์คัพ
ฟีฟ่าเตรียมตั้งบริษัทลูกบริหารทัวร์นาเมนต์ใหญ่และเปิดให้นักลงทุนเอกชนถือหุ้น จุดกระแสความกังวลเรื่องธรรมาภิบาลและการขยายทัวร์นาเมนต์จนล้นปฏิทิน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ฟีฟ่าวางแผนตั้งบริษัทลูกเชิงพาณิชย์เพื่อบริหารศึกฟุตบอลโลกและเปิดทางให้นักลงทุนเอกชนเข้าถือหุ้น
- สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) และคอนคาแคฟ (Concacaf) ออกโรงจวกยับเรื่องกระบวนการที่ขาดความโปร่งใสและไร้การหารือล่วงหน้า
- หวั่นแผนงานดังกล่าวจะนำไปสู่การขยายทีมในฟุตบอลโลกชาย หญิง และคลับเวิลด์คัพแบบก้าวกระโดด
- แหล่งข่าวระดับสูงเปรียบเทียบวิกฤตครั้งนี้มีความรุนแรงเทียบเท่ากับโปรเจกต์ยูโรเปียน ซูเปอร์ลีก เมื่อปี 2021
วงการลูกหนังโลกกำลังเดือดระอุหลังจากองค์กรลูกหนังโลกหรือฟีฟ่า (Fifa) เผยแพร่แผนงานจัดตั้งบริษัทลูกในเชิงพาณิชย์เพื่อเข้ามาบริหารจัดการทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ทั้งหมด รวมถึงศึกฟุตบอลโลก โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนภายนอกสามารถเข้ามาซื้อหุ้นในบริษัทดังกล่าวได้ ความเคลื่อนไหวนี้ถูกเปิดเผยขึ้นในวันอังคารหลังจากมีรายงานข่าวปรากฏในหนังสือพิมพ์ Financial Times และ The Times ก่อนที่ฟีฟ่าจะออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม แผนการดังกล่าวกลับสร้างความตื่นตระหนกและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากพบว่าบุคคลระดับสูงในวงการฟุตบอล รวมถึงรองประธานฟีฟ่าอย่างน้อย 2 คนจากทั้งหมด 8 คน ไม่เคยรับทราบหรือถูก เชิญให้ร่วมปรึกษาหารือเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้มาก่อนเลย สะท้อนถึงปัญหาด้านธรรมาภิบาลที่หลายฝ่ายกำลังกังวลอย่างหนัก
การดึงทุนเอกชนเข้ามามีบทบาทในมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างฟุตบอลโลก ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจทำให้เป้าหมายเชิงธุรกิจเข้ามามีอำนาจเหนือจิตวิญญาณของกีฬาฟุตบอล ความกังวลเรื่องการขยายจำนวนทีมแข่งขันให้มากขึ้นไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องความเข้มข้นของการแข่งขัน แต่ยังหมายถึงภาระร่างกายที่หนักอึ้งของนักกีฬาในปฏิทินฟุตบอลที่แน่นขนัดอยู่แล้ว
ทางด้านสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ (FA) ได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างดุเดือดผ่านโฆษกประจำสมาคมโดยระบุว่า "เราไม่รู้เรื่องข้อเสนอนี้เลยและไม่มีรายละเอียดสำคัญใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงไม่รู้ด้วยว่าข้อเสนอที่แท้จริงคืออะไรและมีเงื่อนไขอะไรพ่วงมาด้วย" พร้อมเสริมว่าจากข้อมูลที่มีอยู่จำกัดทำให้พวกเขารู้สึกกังวลอย่างมากต่อกระบวนการทำงานและธรรมาภิบาลที่นำมาสู่จุดนี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ไม่ใช่แค่เพียงเกาะอังกฤษเท่านั้นที่แสดงความไม่พอใจ องค์กรลูกหนังประจำโซนอเมริกาเหนือและอเมริกากลางอย่าง Concacaf ซึ่งรับหน้าที่จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก็ได้ออกแถลงการณ์ในทิศทางเดียวกันว่าพวกเขารู้สึกกังวลใจอย่างยิ่งต่อกระบวนการที่ไร้ซึ่งความโปร่งใสและสร้างความผิดหวังให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ในขณะเดียวกัน ทางยูฟ่า (Uefa) ซึ่งกุมความได้เปรียบเนื่องจากชาติยุโรปคือหัวใจสำคัญของรายได้และเรตติ้งในฟุตบอลโลก ก็ตระหนักดีว่าทัวร์นาเมนต์ใดก็ตามที่ฟีฟ่าจัดขึ้นจะลดมูลค่าลงอย่างมหาศาลหากไร้เงาสมาชิกทีมชาติจากยุโรปเข้าร่วม โดยในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลกฤดูร้อนนี้ มีชาติจากยุโรปผ่านเข้ามาถึง 6 ทีม รวมถึงทีมแชมป์อย่างสเปนด้วย
ความตึงเครียดครั้งนี้ยิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนแรงขึ้นไปอีก เมื่อแหล่งข่าวระดับสูงภายในวงการฟุตบอลอังกฤษเปิดเผยกับ BBC Sport ว่า ภัยคุกคามจากแผนการของฟีฟ่าในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดที่วงการลูกหนังเคยเผชิญ และมีความร้ายแรงเทียบเท่ากับแผนการจัดตั้งยูโรเปียน ซูเปอร์ลีก ที่เคยสร้างความสั่นสะเทือนเมื่อปี 2021 ก่อนจะล่มสลายไปภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมงเท่านั้น แม้ว่าในกรณีนี้ฟีฟ่าอาจจะไม่ยอมถอยง่ายๆ เหมือนเช่นเหตุการณ์ในอดีตก็ตาม
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น