ผอ. JIC ซัดกัมพูชาปมกล่าวหาทรมานเชลยศึก ไร้หลักฐานรองรับ
ไทยโต้กัมพูชาปมทหารรับความทุกข์ทรมานยามถูกคุมตัว ชี้เป็นการกล่าวหาลอยๆ ไร้หลักฐาน พร้อมเปิดรับการตรวจสอบผ่านกลไกสากล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผอ. JIC ตอบโต้กัมพูชาปmกล่าวหาทหารไทยทรมานเชลยศึก
- ย้ำไทยยึดมั่นกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและการปฏิบัติภายใต้ข้อตกลงร่วมกัน
- เรียกร้องให้นำพยานหลักฐานเข้าสู่กลไกตรวจสอบที่ยอมรับร่วมกันแทนการกล่าวหาผ่านสื่อ
วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) ออกมาแถลงการณ์ตอบโต้กรณีที่ทางการกัมพูชาได้ออกมายื่นข้อกล่าวหาว่า ทหารกัมพูชาที่ตกเป็นเชลยศึกได้รับความทุกข์ทรมานอย่างหนักระหว่างถูกควบคุมตัวโดยฝ่ายไทย พร้อมทั้งมีการเรียกร้องให้จัดตั้งกระบวนการสอบสวนเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
ทางด้านผู้อำนวยการ JIC ระบุชัดเจนว่า ประเทศไทยได้รับทราบกระแสข่าวและข้อกล่าวหาดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว แต่ขอเน้นย้ำว่าการกล่าวอ้างจากฝ่ายเดียวโดยไม่มีน้ำหนักรองรับไม่สามารถนับเป็นข้อเท็จจริงได้ หากฝั่งกัมพูชาเกิดข้อสงสัยหรือมีข้อร้องเรียนที่แท้จริง ควรนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่กลไกการตรวจสอบที่ทั้งสองประเทศให้การยอมรับร่วมกัน โดยจำเป็นต้องมีพยานหลักฐานที่โปร่งใสและสามารถพิสูจน์ตรวจสอบได้จริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
กลไกการตรวจสอบระหว่างประเทศมักอิงตามอนุสัญญาเจนีวา (Geneva Conventions) ซึ่งกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติต่อเชลยศึกไว้อย่างเข้มงวด การที่คู่ขัดแย้งออกมาโต้แย้งกันผ่านสื่อสาธารณะโดยไม่ใช้ช่องทางการทูตหรือคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) มักทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นโดยใช่เหตุ การดึงองค์กรกลางเข้ามาตรวจสอบจึงเป็นบรรทัดฐานสากลในการพิสูจน์ความจริง
พล.อ.อ.ประภาส ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การปฏิบัติหน้าที่ของประเทศไทยอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด รวมถึงดำเนินการตามกรอบข้อตกลงที่ผู้นำของทั้งสองฝ่ายได้ให้คำมั่นสัญญาต่อกันไว้ พร้อมเตือนว่าการใช้วิธีกล่าวหาผ่านสื่อมวลชนโดยปราศจากข้อพิสูจน์ ไม่ได้ช่วยส่งเสริมบรรยากาศแห่งความไว้วางใจระหว่างสองประเทศแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ผอ. JIC ได้ทิ้งท้ายว่า หากกัมพูชามีหลักฐานที่หนักแน่นและตรวจสอบได้ ทางประเทศไทยก็พร้อมเปิดกว้างให้มีการพิจารณาผ่านกลไกที่เหมาะสม แต่หากเป้าหมายเป็นเพียงการกล่าวหาเพื่อสร้างกระแสการเมืองหรือสื่อสารต่อสาธารณชนโดยไม่มีข้อเท็จจริงสนับสนุน ย่อมส่งผลเสียต่อความพยายามในการสร้างสันติภาพในระยะยาว
"สิ่งที่ประชาคมระหว่างประเทศคาดหวังคือความจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่การกล่าวหาและการโต้ตอบกันผ่านหน้าสื่อ"
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น