นักดับเพลิงกรีซดับสลด 2 นาย เซ่นไฟป่าลุกลามหนักทั่วยุโรปใต้
สถานการณ์ไฟป่าในยุโรปใต้ทวีความรุนแรง นักดับเพลิงเสียชีวิต 2 นายบนเกาะครีต ขณะที่สเปนเผชิญคลื่นความร้อนระลอกที่ 4 และสถิติพื้นที่เสียหายพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นักดับเพลิงชาวกรีก 2 นายเสียชีวิตขณะติดอยู่ท่ามกลางไฟป่าบนเกาะครีต
- สเปนเผชิญไฟป่าใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เสียหายกว่า 43,000 เฮกตาร์ในจังหวัดอาบีลา
- ยุโรปใต้เผชิญคลื่นความร้อนระลอกที่ 4 ส่งผลให้หลายประเทศต้องอพยพประชาชนเร่งด่วน
สถานการณ์ไฟป่าในภูมิภาคยุโรปใต้กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงชาวกรีก 2 นาย เสียชีวิตหลังจากติดอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำอย่างรวดเร็วในพื้นที่เรทิมโน บนเกาะครีต กระแสลมแรงระดับพายุได้โหมกระพือให้ไฟลามอย่างรวดเร็ว จนทางการต้องสั่งอพยพประชาชนในหลายหมู่บ้านทันที โดยแนวไฟที่ยาวที่สุดกินพื้นที่กว้างถึง 15 กิโลเมตร หรือประมาณ 9.3 ไมล์
นอกเหนือจากเกาะครีตแล้ว ไฟป่ายังปะทุขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ของกรีต เช่น บนเกาะปารอส เกาะเลสบอส และเมืองทิฟิเลียทางตอนใต้ของแผ่นดินใหญ่ ขณะที่ประเทศตุรกีทางตอนใต้ เหตุไฟป่าในจังหวัดมูกลาส่งผลให้ต้องปิดเส้นทางหลวงสายหลักระหว่างเฟทิเยและอันตัลยา รวมถึงต้องอพยพบางส่วนของโรงพยาบาลในพื้นที่ออกด้วย
ในเวลาเดียวกัน สเปนและฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนลูกที่ 4 ของฤดูร้อนนี้ โดยที่จังหวัดอาบีลา ห่างจากกรุงมาดริดไปทางตะวันตก 150 กิโลเมตร พื้นที่กว่า 43,000 เฮกตาร์ หรือราว 108,000 เอเคอร์ ถูกเผาผลาญจนกลายเป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สเปน และทำให้ยอดรวมความเสียหายทั่วประเทศในปีนี้ทะยานเกิน 207,000 เฮกตาร์แล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ฟรานซิสโก โบลาญอส หนึ่งในทีมบัญชาการปฏิบัติการดับเพลิง เปิดเผยว่า แม้ตัวไฟจะหยุดนิ่งไม่ขยับเขยื้อนในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา แต่ความกังวลเรื่องอุณหภูมิที่สูงขึ้นอาจทำให้ไฟปะทุกลับมาได้อีก ทำให้ภารกิจหลักในตอนนี้คือการควบคุมแนวรอบพื้นที่ 180 กิโลเมตร หรือ 112 ไมล์ให้อยู่หมัด
"หลายคนสูญเสียบ้านและงาน การเริ่มต้นใหม่จึงเป็นงานที่ยากลำบากอย่างยิ่ง"
ลูเซีย โมยา นายกเทศมนตรีเมืองชาพิเนเรีย
อย่างไรก็ตาม ทางการได้อนุญาตให้ประชาชนหลายพันคนในภูมิภาคโตเลโด มาดริด อาบีลา และกัสเตยอน เดินทางกลับบ้านได้หลังคำสั่งจำกัดพื้นที่ถูกยกเลิก เฉพาะในภูมิภาคมาดริดมีประชาชนกว่า 24,000 คนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ และคำสั่งล็อกดาวน์สำหรับอีก 20,000 คนถูกยกเลิกเช่นกัน รวมถึงชาวเมืองนาบัส เดล เรย์ และชาพิเนเรีย ราว 1,000 คนที่เคยต้องไปพักพิงในเมืองเลกาเนส
วิเคราะห์สถานการณ์: วิกฤตไฟป่าที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับรายงานของบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus Climate Change Service) ที่ระบุว่ายุโรปเป็นทวีปที่อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยร้อนเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงสองเท่า ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรน้ำและกระตุ้นคลื่นความร้อนรุนแรง แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดไฟป่าที่ควบคุมได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ฤดูร้อน
ทางด้านประเทศฝรั่งเศส สถานการณ์ในภูมิภาคฌิรงด์ เจ้าหน้าที่ระบุว่าไฟป่าส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในภาวะทรงตัวแม้จะมีไฟปะทุกะระยะ ขณะที่ทางการเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสีส้มใน 16 จังหวัด โดยมีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 41 องศาเซลเซียส หรือ 106 ฟาเรนไฮต์ ส่วนที่โปรตุเกส ทางการกำลังเฝ้าระวังแนวไฟป่าในเขตวิลา เรอัล ทางตะวันออกเฉียงเหนืออย่างใกล้ชิดเพื่อปกป้องโรงบำบัดน้ำและคลังก๊าซใกล้เมืองวัลปาซอส
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น