ศิลปินชาวสเปนเผยโฉมประติมากรรม Aurora Borealis Star Dome กลางป่าสต็อกโฮล์ม
คริสตินา อิเกลเซียส รังสรรค์ผลงานประติมากรรมถาวรชิ้นใหม่ ณ สวนประติมากรรมเจ้าหญิงเอสเทล โดยผสานโครงสร้างอะลูมิเนียม เหล็ก และกระจกสีเข้ากับธรรมชาติของป่าไม้ในสวีเดน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ผลงานประติมากรรมชิ้นใหม่ชื่อ Aurora Borealis Star Dome เปิดตัวแล้วในกรุงสต็อกโฮล์ม
- สร้างสรรค์โดย คริสตินา อิเกลเซียส ศิลปินชาวสเปน บนจุดสูงสุดของสวนประติมากรรมเจ้าหญิงเอสเทล
- โครงสร้างมีความสูง 4.8 เมตร และกว้าง 7 เมตร ทำจากอะลูมิเนียมหล่อ เหล็ก และกระจกสี
- เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 โดยเป็นงานศิลปะถาวรชิ้นที่ 7 ของสวน
คริสตินา อิเกลเซียส ศิลปินจากมาดริด ได้เปิดตัวผลงานประติมากรรมเฉพาะที่ (site-specific sculpture) ชิ้นล่าสุดที่มีชื่อว่า Aurora Borealis Star Dome ซึ่งตั้งอยู่บนเนินหินบริเวณจุดสูงสุดของสวนประติมากรรมเจ้าหญิงเอสเทล ในพื้นที่รอยัลยูกอร์เดน กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ผลงานชิ้นนี้สร้างขึ้นจากวัสดุผสมผสาน ได้แก่ อะลูมิเนียมหล่อ เหล็ก และกระจกสี โดยมีพื้นผิวที่จำลองลักษณะคล้ายกิ่งไม้และรากพืช งอกเงยขึ้นมาจากชั้นหินธรรมชาติก่อนจะแผ่ขยายกลายเป็นโครงสร้างหลังคาโดมเรขาคณิตที่เปิดมุมมองรับท้องฟ้าและผืนป่าโดยรอบ
ในด้านงานออกแบบและขนาด ประติมากรรมชิ้นนี้มีความสูง 4.8 เมตรและกว้าง 7 เมตร ออกแบบมาให้เป็นโครงสร้างถาวรที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนสามารถเดินเข้าไปด้านใน นั่งพักผ่อนบนก้อนหิน หรือนอนราบเพื่อแหงนมองแสงธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา บริเวณส่วนยอดของโดมประดับด้วยแผงกระจกสีเขียวและสีฟ้าทำหน้าที่กรองแสงแดดในเฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแสงเหนือ (Aurora Borealis) เมื่อแสงอาทิตย์เคลื่อนตัวผ่านยอดไม้ เงาสะท้อนและแสงที่ตกกระทบภายในจะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสงบและความอัศจรรย์

การนำงานศิลปะมาติดตั้งไว้กลางแจ้งในสวนประติมากรรมเจ้าหญิงเอสเทล (Princess Estelle Sculpture Park) ถือเป็นแนวทางสำคัญในการผสมผสานศิลปะร่วมสมัยเข้ากับธรรมชาติและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของสวีเดน โดยผลงานของคริสตินา อิเกลเซียส ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นวัตถุจัดแสดง แต่ยังถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ใช้สอยและจุดพักผ่อนที่เชิญชวนให้ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมโดยตรง สะท้อนแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และประสบการณ์ของมนุษย์
พื้นที่ตั้งของประติมากรรมชิ้นนี้เคยเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 17 และ 18 ที่รู้จักกันในชื่อ 'hunting star' ซึ่งเคยเป็นจุดนัดพบศูนย์กลางของเขตล่าสัตว์หลวง โดยในอดีตเส้นทางและแนวสายตาจะแผ่ขยายออกจากจุดนี้เพื่อให้ผู้ล่าสัตว์สามารถเดินทางผ่านผืนป่าได้ อิเกลเซียสได้นำประวัติศาสตร์นี้มาตีความใหม่ จากพื้นที่ที่เดิมทีเน้นความเอ็กซ์คลูซีฟและการสังเกตการณ์ ให้กลายมาเป็นพื้นที่เปิดโล่งสำหรับการรวมตัว การพักผ่อน และการพิจารณาไตร่ตรอง
หลังจากได้รับการติดต่อจากมูลนิธิวัฒนธรรมเจ้าหญิงเอสเทลให้ออกสำรวจพื้นที่รอยัลยูกอร์เดน ศิลปินชาวสเปนได้เดินทางมาเยือนสต็อกโฮล์มเป็นครั้งแรกในเดือนมกราคม 2025 และได้พบกับกลุ่มหินธรรมชาติพร้อมสังเกตเห็นทิศทางของแสงแดดที่ส่องผ่านต้นไม้ จนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ประติมากรรมที่เชื่อมโยงความไม่เป็นระเบียบของพื้นดินเข้ากับโดมสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้น

ประติมากรรม Aurora Borealis Star Dome ได้รับการเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 นับเป็นผลงานศิลปะถาวรชิ้นที่ 7 ที่ถูกว่าจ้างให้มาจัดแสดง ณ สวนประติมากรรมแห่งนี้ โดยอิเกลเซียสเปรียบผลงานชิ้นนี้ว่าเป็นดั่ง 'สถานที่ศักดิ์สิทธิ์' ที่เชื้อเชิญให้ผู้คนได้เชื่อมต่อกับจักรวาล และเปลี่ยนการเดินเล่นในป่าสต็อกโฮล์มให้กลายเป็นการเดินทางแห่งการค้นพบตลอดทั้งปี
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น