อนุทินควง พิพัฒน์-นาที สยบรอยร้าว ย้ำ ครม. ทำงานราบรื่นเคารพเสียงวิจารณ์
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ควงคู่ พิพัฒน์ และ นาที รัชกิจประการ สยบข่าวลือความสัมพันธ์ ยัน ครม. ทำงานร่วมกันได้ดี พร้อมยึดกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อนุทินควงพิพัฒน์และนาทีสยบข่าวลือรอยร้าวในรัฐบาล
- ย้ำคณะรัฐมนตรีทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นและตั้งใจผลักดันงาน
- ระบุรับฟังคำวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์และพร้อมนำมาปฏิบัติจริง
- แนะใช้กระบวนการยุติธรรมตัดสินปัญหาแทนความรู้สึกส่วนตัว
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.05 น. หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ตึกสันติไมตรี ได้เกิดบรรยากาศผ่อนคลายระหว่างผู้นำรัฐบาลและคณะทำงาน
ในจังหวะดังกล่าว นายอนุทินพร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางนาที รัชกิจประการ ภริยายนายพิพัฒน์ และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้ยืนพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง โดยนายอนุทินได้นำพระที่เหน็บอยู่บริเวณเสื้อมาให้ดู พร้อมกับมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสระหว่างสนทนา
ระหว่างทางเดินจากตึกสันติไมตรีไปยังตึกไทยคู่ฟ้า นายอนุทินได้กล่าวติดตลกกับผู้สื่อข่าวถึงความสัมพันธ์และตัวย่อว่า 2 น. กับ 1 พ. ซึ่งหมายถึง น. นาที และ น. หนู ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะสอบถามว่าการเดินควงกันในวันนี้เป็นการสยบข่าวลือเรื่องความร้าวฉานหรือไม่ ซึ่งทั้งนายอนุทินและนายพิพัฒน์ได้หัวเราะพร้อมกับที่นายอนุทินกล่าวสั้นๆ ว่าวันนี้เป็นวันพระ
การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ผ่านการปรากฏตัวร่วมกันและการใช้มุกตลกของผู้นำรัฐบาลถือเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองคลาสสิกในการลดทอนกระแสข่าวเชิงลบและสร้างความเชื่อมั่นให้กับเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาล ท่ามกลางกระแสวิจารณ์จากสังคมและสื่อมวลชน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกที่มีต่อกระแสวิจารณ์เรื่องความสัมพันธ์ภายในรัฐบาล นายอนุทินระบุว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ พร้อมกับกล่าวถึงการทำงานร่วมกันของรัฐมนตรีในหลายกระทรวง เช่น นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่หารือร่วมกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับคดีบุกรุกป่าในจังหวัดภูเก็ตและการตีความกฎหมายเพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ซ้ำรอย
นายกรัฐมนตรีย้ำชัดเจนว่าเสียงวิจารณ์ในเชิงสร้างสรรค์ที่หวังดีต่อประเทศและรัฐบาลนั้น ไม่เพียงแต่จะถูกรับฟังเท่านั้น แต่ยังมีการนำเอาคำแนะนำเหล่านี้ไปปฏิบัติจริงเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น พร้อมกับให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทต่างๆ ว่าบ้านเมืองมีกระบวนการยุติธรรมรองรับอยู่แล้ว ขอให้ทุกฝ่ายใช้กระบวนการทางกฎหมายในการตัดสิน ไม่ควรใช้ความรู้สึกส่วนตัวหรือบทวิเคราะห์จากสื่อมาตัดสินสถานการณ์
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น