อนุทิน ลุยสุพรรณบุรี ตรวจน้ำท่วม บางปลาม้า-สองพี่น้อง
นายกฯ อนุทิน และคณะ ลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เมื่อ 18 ต.ค. 2569 ติดตามระบบระบายน้ำ มอบถุงยังชีพ 250 ชุด พร้อมดันโครงการคลองระบายน้ำหลากปี 2570

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่สุพรรณบุรีเมื่อ 18 ต.ค. 2569
- นายกฯ อนุทิน และคณะ ตรวจประตูระบายน้ำสองพี่น้องและสำเภาทอง
- มอบถุงยังชีพ 250 ชุด ณ วัดดอนขาด อ.บางปลาม้า
- ครม.อนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย เริ่มปี 2570
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 ตุลาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย พร้อมกับเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม รวมถึงตรวจดูการทำงานของระบบระบายน้ำในพื้นที่อำเภอบางปลาม้าและอำเภอสองพี่น้อง
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีคณะผู้บริหารและผู้นำท้องถิ่นร่วมต้อนรับและรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นำโดย นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ดร.สรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขต 1 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จุดแรกของการตรวจเยี่ยมเริ่มต้นขึ้นที่วัดดอนขาด ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอบางปลาม้า โดยมีการมอบถุงยังชีพจำนวน 250 ชุดให้กับประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมทั้งพูดคุยรับฟังปัญหาและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขัง
ต่อมาในเวลา 14.30 น. ของวันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาสมทบ พร้อมด้วย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามระบบระบายน้ำบริเวณประตูระบายน้ำสองพี่น้อง (บางสาม) และประตูระบายน้ำสำเภาทอง ตำบลบางตะเคียน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในลุ่มน้ำภาคกลางตอนล่างเช่นจังหวัดสุพรรณบุรีมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำและเส้นทางผ่านสำคัญก่อนระบายลงสู่อ่าวไทย การบริหารจัดการประตูระบายน้ำและการใช้เครื่องสูบน้ำจึงต้องทำอย่างแม่นยำเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนประชาชน พร้อมกับแผนงานโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวอย่างโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย ที่จะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในอนาคต
การตรวจราชการครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การประเมินประสิทธิภาพการระบายน้ำและการทำงานของเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทาน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่อยู่อาศัยและพื้นที่เกษตรกรรม ลดความเสี่ยงจากภาวะน้ำท่วมขังและบรรเทาความเดือดร้อนในชีวิตประจำวันของประชาชน
นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทยแล้ว โดยมีกำหนดการเริ่มต้นดำเนินโครงการในปีงบประมาณ 2570 ซึ่งการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในครั้งนี้จะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถประเมินปัญหาและวางแนวทางแก้ไขระยะยาวได้อย่างเหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น