Swimmer Turbine: นวัตกรรมพลังงานน้ำจิ๋วจากนักประดิษฐ์
เดวิด มัมเมอร์รี วิศวกรผู้ก่อตั้ง Flex Marine Power พัฒนา Swimmer Turbine ขนาด 50 กิโลวัตต์ ที่ชุมชนชายฝั่งติดตั้งได้เอง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เดวิด มัมเมอร์รี พัฒนา Swimmer Turbine เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากกระแสน้ำขนาด 50 กิโลวัตต์
- ตัวเครื่องทำจากไฟเบอร์กลาสและเหล็ก ติดตั้งใต้ทะเล ผลิตไฟฟ้าให้บ้านเรือนได้ราว 30 หลัง
- ชาวประมงและคนในท้องถิ่นสามารถประกอบและติดตั้งได้เองโดยไม่ต้องใช้เครนขนาดใหญ่
- โครงการเริ่มต้นทดลองในช่วงต้นทศวรรษ 2010 และทดสอบต้นแบบสำเร็จที่เกาะลูอิงในปี 2015
เดวิด มัมเมอร์รี วิศวกรผู้มีประสบการณ์ทำงานในภาคพลังงานนิวเคลียร์ของสหราชอาณาจักร เกิดไอเดียสร้างกังหันน้ำขนาดเล็กขณะนอนแช่ตัวอยู่ในแม่น้ำเชี่ยวกรากแห่งหนึ่งในเขตไฮแลนด์ของสกอตแลนด์ โดยเขาพยายามทำความเข้าใจการไหลและแรงปะทะของกระแสน้ำเพื่อนำมาออกแบบอุปกรณ์ที่เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติได้ดีที่สุด
ไอเดียดังกล่าวได้พัฒนาจนกลายมาเป็น Swimmer Turbine เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 50 กิโลวัตต์จากบริษัท Flex Marine Power ของเขา ซึ่งตัวเครื่องถูกออกแบบให้ยึดติดกับพื้นทะเลและจมอยู่ใต้น้ำโดยมองไม่เห็นจากผิวน้ำ แต่มีความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้ามากพอสำหรับจ่ายให้กับบ้านเรือนประมาณ 30 หลังคาเรือน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในขณะที่โครงการพลังงานน้ำขนาดใหญ่ในสกอตแลนด์มักใช้เครื่องจักรขนาดยักษ์ เช่น โครงการ Nova Innovation ในบลูมัลล์ซาวด์, MeyGen ในเพนท์แลนด์ฟิร์ธ และ Orbital O2 ในหมู่เกาะออร์คนีย์ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงและอุปกรณ์ขนย้ายขนาดมหึมา แต่นวัตกรรมของมัมเมอร์รีกลับเน้นความกะทัดรัดและต้นทุนต่ำ
มัมเมอร์รีเปรียบเทียบความเรียบง่ายของกังหันตัวนี้ว่าเหมือนกับชุดเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปที่จัดส่งมาในตู้คอนเทนเนอร์ ประกอบด้วยชิ้นส่วนราว 20 ชิ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้ชาวประมงและคนในท้องถิ่นสามารถประกอบและนำลงติดตั้งได้จากท่าเรือในชุมชนของตนเองโดยไม่ต้องอาศัยเรือเครนหรือเครื่องมือยกของหนักราคาแพง
"Can you imagine like an Ikea furniture kit? You get a shipping container and you'll open it up and it will be about 20 components."
David Mummery
เส้นทางของเขาเริ่มต้นอย่างลับๆ ในช่วงต้นทศวรรษ 2010 ตามคำแนะนำของทนายความด้านสิทธิบัตรเพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวในไฮแลนด์ ก่อนที่เขาจะย้ายไปทำงานร่วมกับโครงการ Pelamis P2 ขนาดยาว 180 เมตรของ Scottish Power Renewables ในหมู่เกาะออร์คนีย์เมื่อปี 2010 ซึ่งแม้ว่าโครงการ Pelamis จะปิดตัวลงในปี 2014 แต่มัมเมอร์รีมองว่ามันคือหมุดหมายสำคัญของวงการ
การเปลี่ยนผ่านจากโครงการพลังงานคลื่นขนาดยักษ์ระดับยูทิลิตี้ (Utility-scale) มาสู่กังหันขนาดเล็กแบบกระจายศูนย์ (Decentralized energy) สะท้อนให้เห็นแนวคิดใหม่ในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งลดการพึ่งพางบประมาณมหาศาลจากส่วนกลาง และดึงให้ชุมชนชายฝั่งเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานสะอาดได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน
หลังจากออกจากโครงการใหญ่ มัมเมอร์รีได้ปรับปรุงพื้นที่อดีตอู่ต่อเรือในเมืองกรีน็อกตามคำเชิญของหน่วยงานรีพัฒนาอินเวอร์ไคลด์ เพื่อใช้เป็นสถานที่วิจัยและทดสอบโมเดล จนกระทั่งนำไปสู่การทดสอบต้นแบบครั้งสำคัญที่เกาะลูอิง ใกล้กับเมืองโอบันในปี 2015 ซึ่งช่วยดึงดูดเงินลงทุนก้อนแรกให้กับบริษัท และขยายผลการทดลองไปยังช่องแคบสแตรงฟอร์ดในไอร์แลนด์เหนือในปี 2020 ร่วมกับมหาวิทยาลัยควีนส์เบลฟาสต์
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น