ฟิลาเดลเฟียรวบหญิงขวางหุ่นยนต์ส่งของ ชูประเด็นแย่งงาน
แคโรลิน มาร์วิน ถูกตำรวจฟิลาเดลเฟียตั้งข้อหาประพฤติตัววุ่นวาย หลังยืนขวางหุ่นยนต์ส่งอาหารของ Uber ประท้วงหุ่นยนต์แย่งงานมนุษย์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- แคโรลิน มาร์วิน ถูกจับกุมในเมืองฟิลาเดลเฟียข้อหาประพฤติตัววุ่นวาย
- เธอจงใจยืนขวางเส้นทางและปฏิเสธที่จะหลีกทางให้หุ่นยนต์ส่งของของ Uber
- มาร์วินระบุชัดเจนว่าต้องการประท้วงที่หุ่นยนต์เข้ามาแย่งอาชีพคนส่งอาหาร
- กระแสความกังวลเรื่องระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ส่งของแย่งงานกำลังเพิ่มสูงขึ้น
เหตุการณ์ประท้วงเทคโนโลยีอัตโนมัติบานปลายจนถึงขั้นมีการจับกุม โดยเกิดขึ้นที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อหญิงรายหนึ่งชื่อ แคโรลิน มาร์วิน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวและตั้งข้อหาประพฤติตัววุ่นวาย หลังจากที่เธอแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการยืนขวางเส้นทางของหุ่นยนต์ส่งของอัตโนมัติจากบริการ Uber และปฏิเสธที่จะขยับหลบทางแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาเจรจาขอร้องแล้วก็ตาม
จากการเปิดเผยของสำนักข่าว ABC13 ในฟิลาเดลเฟีย มาร์วินได้ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุของการกระทำดังกล่าวว่า เธอทราบดีว่าหุ่นยนต์เหล่านี้เข้ามาแย่งชิงโอกาสในการทำงานของพนักงานส่งของที่เป็นมนุษย์ ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะแสดงออกด้วยการยืนขวางหน้าหุ่นยนต์ทุกครั้งที่พบเห็น เพื่อสกัดกั้นไม่ให้พวกมันเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้
"I know they’re taking the jobs of human delivery workers and so, I have been protesting them whenever I saw them by standing in front of them and preventing them from going forward."
Carolyn Marvin
สถานการณ์เริ่มบานปลายเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุและออกคำสั่งให้มาร์วินถอยออกห่างจากเส้นทางของหุ่นยนต์ แต่เธอเลือกที่จะขัดขืนคำสั่ง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจใส่กุญแจมือและจับกุมเธอในที่สุด เหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรครั้งนี้ถูกบันทึกภาพวิดีโอไว้ได้ และกลายเป็นประเด็นร้อนที่สื่อมวลชนให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในปัจจุบัน หุ่นยนต์ส่งของกลายเป็นภาพที่พบเห็นได้ชินตาตามท้องถนนย่านดาวน์ทาวน์ของเมืองฟิลาเดลเฟีย และเริ่มสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนบางส่วน โดยการประท้วงของมาร์วินไม่ใช่เหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้นกับหุ่นยนต์เหล่านี้ เนื่องจากในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เคยมีเหตุการณ์ที่มีผู้เตะหุ่นยนต์ส่งของจนล้มคว่ำมาแล้วครั้งหนึ่งในย่านเซ็นเตอร์ซิตี
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางสังคมที่มาพร้อมกับการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติ (AI and Autonomous Systems) ซึ่งไม่เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตในเมือง แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมต่อความมั่นคงทางอาชีพของแรงงานทักษะต่ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แรงกดดันจากความกังวลเรื่องการตกงานนี้เริ่มแสดงออกผ่านการต่อต้านในรูปแบบต่างๆ ทั้งการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และการทำลายทรัพย์สิน ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่หน่วยงานภาครัฐและบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีต้องหาแนวทางรับมือ
ความกังวลในวงกว้างไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่หุ่นยนต์ส่งของเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงยานยนต์ไร้คนขับ (Robotaxis) และตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ (AI Agents) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญและสร้างผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างแรงงานในอนาคต
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น