ทรัมป์เผยระงับคว่ำบาตรมอสโกเพื่อรักษาโต๊ะเจรจาสันติภาพ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระงับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพื่อผลักดันการเจรจท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โดนัลด์ ทรัมป์ ระงับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียหลายรายการเพื่อรักษาการเจรจาสันติภาพ
- ความสัมพันธ์สหรัฐฯ และยูเครนตึงเครียดหลังดีลนำเข้าน้ำมันดีเซลรัสเซีย
- โวโลดีมีร์ เซเลนสกี เตือนว่าการเข้าข้างวลาดิมีร์ ปูติน คือความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจระงับมาตรการคว่ำบาตรประเทศรัสเซีย โดยระบุว่าเป็นความพยายามที่จะดึงมอสโกให้อยู่ที่โต๊ะเจรจาต่อไป การตัดสินใจระงับมาตรการคว่ำบาตรชุดดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงสองวันก่อนที่มาตรการจะมีผลบังคับใช้จริง ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นระหว่างวอชิงตันและผู้นำยูเครน
ทางด้านโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีแห่งยูเครน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ NBC News โดยระบุอย่างชัดเจนว่าการเข้าข้างวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย จะถือเป็นความผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์ เซเลนสกีได้เรียกร้องมาโดยตลอดให้ยุติการสู้รบ นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 และย้ำว่าผู้นำรัสเซียไม่เคยมีความต้องการสันติภาพอย่างแท้จริง
"การเข้าข้างวลาดิมีร์ ปูติน ถือเป็นความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์"
โวโลดีมีร์ เซเลนสกี
ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลวอชิงตันและกรุงเคียฟเริ่มสั่นคลอนและตึงเครียดมากขึ้น ภายหลังจากที่สหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงในการนำเข้าน้ำมันดีเซลจากรัสเซียเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า ยูเครนได้กล่าวหาว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้ทำการถอนการสนับสนุนทางการทหารที่สำคัญออกไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงจุดยืนที่ซับซ้อนในนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พยายามสร้างสมดุลระหว่างการกดดันทางการทูตและการรักษาช่องทางการเจรจา ขณะที่ยูเครนต้องเผชิญกับความกดดันด้านความมั่นคงและข้อจำกัดทางการสนับสนุนจากพันธมิตรดั้งเดิม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางสงครามในระยะยาว
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น