สารคดี Elizabeth Holmes เรื่อง You Can See Everything โกยรายได้
ภาพยนตร์สารคดี You Can See Everything เกี่ยวกับ Elizabeth Holmes ทำรายได้เปิดตัวสุดสัปดาห์แรก 15 ล้านดอลลาร์ และกวาดคะแนนรีวิว 99% บน Rotten Tomatoes

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สารคดี You Can See Everything ทำรายได้เปิดตัวสัปดาห์แรก 15 ล้านดอลลาร์
- ฉายเพียง 855 โรงภาพยนตร์ แต่มีรอบฉายที่บัตรขายหมดเกลี้ยงถึง 2,000 รอบ
- กวาดคะแนนรีวิวสูงถึง 99% ทั้งบน Rotten Tomatoes และ Metacritic
- ได้ Nathan Fielder ผู้สร้าง The Rehearsal ร่วมกำกับกับ Lance Oppenheim
ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "You Can See Everything" กลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในบ็อกซ์ออฟฟิศด้วยตัวเลขรายได้เปิดตัวช่วงสุดสัปดาห์แรกสูงถึง 15 ล้านดอลลาร์ จากการประเมินเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นรายได้เปิดตัวช่วงสุดสัปดาห์ที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์สำหรับภาพยนตร์สารคดี
ผลงานความยาวเกือบสามชั่วโมงเรื่องนี้ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนก่อนในการฉายแบบลับเฉพาะที่งาน Telluride Film Festival เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เพียง 855 โรงทั่วประเทศในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เปรียบเทียบกับภาพยนตร์ทำเงินอันดับหนึ่งของสัปดาห์อย่าง "Street Fighter" ที่เข้าฉายถึง 3,575 โรง แต่สารคดีเรื่องนี้กลับสร้างสถิติมีรอบฉายที่บัตรถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยงถึง 2,000 รอบ พร้อมเสียงวิจารณ์ในแง่บวกอย่างล้นหลาม โดยปัจจุบันทำคะแนนสูงถึง 99% บนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes และ Metacritic

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เรื่องราวการขึ้นสู่จุดสูงสุดและการร่วงหล่นของ Elizabeth Holmes ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพตรวจเลือด Theranos ผู้ซึ่งเคยดึงดูดการสนับสนุนจากบุคคลระดับแถวหน้าในซิลิคอนแวลลีย์ ก่อนจะถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 11 ปีในข้อหาฉ้อโกงนักลงทุน เคยถูกถ่ายทอดผ่านหนังสือ พอดแคสต์ รายการโทรทัศน์ และสารคดีมาแล้วหลายครั้ง แต่ความพิเศษของภาพยนตร์เรื่องนี้คือทีมผู้สร้างได้รับอนุญาตให้เข้าถึงตัว Holmes และครอบครัวอย่างใกล้ชิดในช่วงหนึ่งเดือนก่อนหน้าที่เธอจะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ
นอกจากนี้ การเข้ามามีส่วนร่วมของ Nathan Fielder ผู้สร้างสรรค์ซีรีส์ "The Rehearsal" ซึ่งร่วมกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้กับ Lance Oppenheim ยิ่งทำให้โปรเจกต์ดังกล่าวมีความน่าสนใจและชวนติดตามมากขึ้นไปอีก โดย Amanda Silberling บรรณาธิการจาก TechCrunch ระบุว่าการที่ Holmes ผู้ลึกลับต้องมาเผชิญหน้ากับ Fielder นักแสดงตลกหน้าตายที่มีความลึกลับและแปลกไม่แพ้กัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันน่าทึ่งและมีความเป็นเมตาเท็กซ์ชวลมากขึ้นเรื่อยๆ
"Fielder's month with Holmes is apparently just the beginning of what sounds like an increasingly surreal, metatextual odyssey."
TechCrunch
การสร้างสารคดีที่เจาะลึกบุคคลในคดีฉ้อโกงระดับโลกอย่าง Elizabeth Holmes ด้วยมุมมองผู้กำกับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของสื่อในการเจาะลึกจิตวิทยาของตัวละครที่เป็นข่าวใหญ่ในสังคม แทนที่จะนำเสนอเพียงข้อเท็จจริงทางคดีความแบบเดิมๆ ซึ่งช่วยดึงดูดผู้ชมในวงกว้างและสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแง่มุมใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี
ในขณะเดียวกัน กระแสความสนใจที่ถาโถมเข้าใส่สารคดี You Can See Everything นี้ อาจส่งผลให้ภาพยนตร์และสารคดีแนวเทคโนโลยีเรื่องอื่นๆ ทำตลาดได้ยากขึ้น โดยภาพยนตร์ "The Social Reckoning" ผลงานภาคต่อของ The Social Network โดย Aaron Sorkin เปิดตัวด้วยรายได้เพียง 5.5 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อน และหลุดจากสิบอันดับภาพยนตร์ทำเงินไปเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับสารคดีความยาวสี่ชั่วโมงเรื่อง "Musk" ของ Alex Gibney ที่ทำรายได้ไปเพียง 306,702 ดอลลาร์ท่ามกลางข้อจำกัดด้านความยาวและกระแสต่อต้านจากแพลตฟอร์มโซเชียลต่างๆ
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น