นายกฯ อนุทิน ลุยปราบนอมินีถือครองที่ดิน ขีดเส้น ธ.ค. 2569
นายกฯ ออนุทิน ชาญวีรกูล สั่งเปิดปฏิบัติการกวาดล้างนอมินีถือครองที่ดินแทนต่างชาติ ขีดเส้นตายธันวาคม 2569 ต้องเสร็จสิ้น คาดมีเงินหมุนเวียนกว่าหมื่นล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งลุยตรวจนอมินีถือครองที่ดินต่างชาติ
- ขีดเส้นตายให้การตรวจสอบทั้งหมดแล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค. 2569
- มุ่งบังคับขายที่ดินที่ถือครองผิดกฎหมายพร้อมกวาดล้างทุนสีเทา
- บูรณาการหลายหน่วยงานตรวจสอบเส้นทางเงินและผู้มีอำนาจตัวจริง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานเปิดปฏิบัติการครั้งสำคัญในการกวาดล้างและตรวจสอบการใช้นอมินีถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ โดยเน้นย้ำถึงความเด็ดขาดของรัฐบาลในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและผลประโยชน์ของชาติจากการหลีกเลี่ยงกฎหมาย
ผู้นำรัฐบาลระบุชัดเจนว่าทรัพยากรที่ดินถือเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ การใช้ประโยชน์และการครอบครองต้องมีความโปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมาย และสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนทุกคน ปัญหาการใช้นอมินีไม่เพียงแต่สร้างความเหลื่อมล้ำในการใช้ทรัพยากร แต่ยังสั่นคลอนความมั่นคงของชาติและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐอีกด้วย
การปราบนอมินีถือครองที่ดินถือเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เนื่องจากกลุ่มทุนต่างชาติมักใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายผ่านคนไทยหรือนิติบุคคลบังหน้าเพื่อกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์และที่ดินทำกิน การกำหนดเส้นตายที่ชัดเจนและการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เช่น ปปง. และ ดีเอสไอ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการตัดวงจรทุนสีเทาเหล่านี้อย่างถอนรากถอนโคน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในคราวเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความชื่นชมการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ร่วมมือกันบูรณาการการทำงานอย่างเข้มแข็งจนสามารถขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้จริง
พร้อมกันนี้ ทางการได้ยกระดับมาตรการตรวจสอบให้เข้มงวดขึ้นไปอีกขั้น โดยไม่จำกัดอยู่เพียงการตรวจชื่อบนหลังโฉนดที่ดินหรือรายชื่อผู้ถือหุ้นในบริษัทเท่านั้น แต่พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนลึกลงไปถึงตัวจริงของผู้มีอำนาจควบคุมผลประโยชน์ที่แท้จริงเบื้องหลัง ตลอดจนการแกะรอยเส้นทางการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดอย่างละเอียด
"การตรวจสอบจะต้องไม่หยุดแค่ตรวจชื่อผู้ถือครองบนหลังโฉนดหรือชื่อผู้ถือหุ้นในใบหุ้นเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบให้ถึงผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง"
นายอนุทิน ชาญวีรกูล
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น