เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 เติบโต 4.5% รับอานิสงส์ส่งออก AI หนุน
เศรษฐกิจจีนเติบโต 4.5% ในไตรมาสที่ 3 ช่วยชดเชยปัญหาอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อในประเทศที่ซบเซา ท่ามกลางความท้าทายด้านการส่งออกและเทคโนโลยี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เศรษฐกิจจีนในไตรมาส 3 เติบโต 4.5% ตามข้อมูลทางการ
- การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีและ AI ช่วยพยุงเศรษฐกิจจากปัญหาภายใน
- ภาคอสังหาริมทรัพย์ดิ่งลงกว่า 20% ในช่วง 9 เดือนแรก
- เกินดุลการค้าจ่อทำลายสถิติเดิมที่ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์
สำนักงานสถิติทางการจีนเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาสที่ 3 โดยระบุว่าเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลกมีการขยายตัวอยู่ที่ 4.5% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดของเป้าหมายประจำปีของรัฐบาลปักกิ่งที่ตั้งไว้ระหว่าง 4.5% ถึง 5%
แม้ตัวเลขดังกล่าวจะสะท้อนถึงการฟื้นตัว แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่าการเติบโตที่ระดับนี้ยังคงเปิดพื้นที่ให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถดำเนินมาตรการเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจรอบด้านได้ โดยเฉพาะปัญหาภายในประเทศที่ยังคงเรื้อรัง
หัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตท่ามกลางภาวะท้าทายนี้คือภาคการส่งออก โดยเฉพาะความต้องการชิปคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานสำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับโลก ซึ่งช่วยลดแรงกดดันให้กับทางการจีนและชดเชยการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของตลาดภายในประเทศยังคงเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ โดยข้อมูลทางการแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ดิ่งลงมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากผลพวงจากการสร้างเกินความต้องการและการกู้ยืมที่สูงเกินไปของบรรดาผู้พัฒนาเอกชน
เชานา ยู (Sheana Yue) นักวิจัยจากออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ (Oxford Economics) ระบุว่า การส่งออกสินค้าภาคการผลิตและเทคโนโลยีขั้นสูงคือกลไกหลักที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจจีนให้เดินหน้าต่อไปได้ แม้ว่าการลงทุนและการใช้จ่ายภายในประเทศจะซบเซาอย่างต่อเนื่องก็ตาม
"ภาคการผลิตและเทคโนโลยีขั้นสูงได้ช่วยบูสต์การเติบโตของจีน ท่ามกลางการลงทุนและการใช้จ่ายในประเทศที่ยังคงอ่อนแอ"
เชานา ยู นักวิจัยจากออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการค้าและประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังส่งผลให้ผู้บริโภคชาวจีนมีความรู้สึกเชิงลบและระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ประกอบกับปัญหาการเติบโตของค่าจ้างที่เชื่องช้าและอัตราการว่างงานในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในระดับสูง
การที่จีนต้องพึ่งพาการส่งออกเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญท่ามกลางวิกฤตอสังหาฯ อย่างไรก็ตาม การทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลและความกดดันจากชาติตะวันตก เช่น สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ที่กังวลเรื่องสินค้าจีนราคาถูกและผลตอบแทนจากการลงทุน AI ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทางการจีนได้ประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ ซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับภาคธุรกิจบางประเภทและการให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อพยายามพยุงกำลังซื้อในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ท่ามกลางความกดดันรอบด้านจากนานาชาติ
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น