ทนายอั๋น ร้อง กสม. หลังถูกติด GPS ตามรถ เตรียมพึ่ง DSI
นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น ร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หลังพบ GPS ใต้ท้องรถ เตรียมประสาน DSI ขอคุ้มครองพยานคดีฮั้ว สว.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ทนายอั๋นพบอุปกรณ์ติดตามพิกัด GPS 2 เครื่องใต้ท้องรถส่วนตัว
- เข้าแจ้งความ บก.ป. เอาผิดเจ้าของซิมการ์ดที่ อ.สังขะ จ.สุรินทร์
- เตรียมยื่น DSI ขอคุ้มครองพยานในคดีอั้งยี่ฟอกเงินฮั้ว สว. และเขากระโดง
นายภัทรพงศ์ ศุภักษร เดินทางเข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) หลังจากเผชิญเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยระหว่างการเดินทาง โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ระหว่างเดินทางไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ และพบพฤติกรรมถูกติดตามรวมถึงถูกแอบถ่ายภาพขณะไปติดต่อราชการที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3
กระทั่งในวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าตัวได้นำรถยนต์ส่วนตัวเข้าตรวจสอบในจังหวัดนครราชสีมา และพบอุปกรณ์ติดตามพิกัด GPS Tracker จำนวน 2 เครื่องติดตั้งอยู่บริเวณใต้ท้องรถ จึงได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เพื่อให้ตรวจสอบที่มาของอุปกรณ์และบุคคลผู้เกี่ยวข้อง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"ผมแจ้งความเพื่อให้เอาผิดคนที่ปรากฏชื่อเป็นเจ้าของซิมการ์ด มีชื่อระบุชัดเจน เป็นคนตำบลตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งเขาเปิดซิม 5 เบอร์และอาจเชื่อมโยงกับการเปิดซิมม้าหรือไม่อย่างไร หรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรก็ให้ทางกองปราบสืบสวนสอบสวนต่อไป"
นายภัทรพงศ์ ศุภักษร
นอกจากนี้ นายภัทรพงศ์ยังได้เปิดเผยถึงเหตุผลที่ต้องมาร้องเรียนต่อ กสม. เนื่องจากเกรงว่าผู้กระทำมีเจตนาประสงค์ร้ายต่อชีวิต โดยระบุว่าหลังจากเข้าแจ้งความที่ตำรวจภูธรภาค 3 และพบว่าบุคคลที่ถ่ายรูปตนปรากฏตัวที่สถานีตำรวจโดยไม่มีการดำเนินการใดๆ ทำให้ต้องขอให้ทาง กสม. ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมสืบสวนสอบสวนพร้อมกับผลักดันมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพ
เหตุการณ์การติดอุปกรณ์ติดตามตัวนักเคลื่อนไหวหรือทนายความผู้ตรวจสอบภาครัฐ สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำหน้าที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนสำคัญ โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์หรือเครือข่ายผู้มีอิทธิพล ซึ่งการใช้กลไกขององค์กรอิสระอย่าง กสม. และหน่วยงานคุ้มครองพยานถือเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างหลักประกันความปลอดภัยให้ผู้เปิดโปงความจริง
ในขั้นตอนต่อไป นายภัทรพงศ์เตรียมเดินทางไปยศเพื่อขอรับการคุ้มครองพยานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เนื่องจากตนเป็นพยานในคดีอั้งยี่ฟอกเงินการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และคดีเขากระโดงลำรางสาธารณะ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ กสม. ทำหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. หรือหน่วยงานรัฐเพื่อตรวจสอบว่ามีการใช้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซงหรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์คุกคามดังกล่าวหรือไม่
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น