ข้ามไปเนื้อหาหลัก

วราวุธ สั่งหยุดกิจการโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม ปมคราบน้ำมันสีรุ้ง ปราจีนบุรี

วราวุธ ศิลปอาชา สั่งหยุดกิจการโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมในจังหวัดปราจีนบุรีทันที หลังเกิดเหตุน้ำมันเครื่องใช้แล้วรั่วไหลช่วงน้ำท่วม พร้อมจี้บริษัทเยียวยาชาวบ้าน 100%

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
19 Oct 2026ที่มา: Matichon Politics4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
วราวุธ สั่งหยุดกิจการโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม ปมคราบน้ำมันสีรุ้ง ปราจีนบุรี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • วราวุธ สั่งหยุดกิจการโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมในปราจีนบุรีหลังน้ำมันรั่ว
  • ปพ.จาก 3 อำเภอเกือบ 100 คนรวมตัวถือป้ายจี้ปิดโรงงานและขนย้ายขยะออก
  • กระทรวงอุตสาหกรรมย้ำบริษัทต้องรับผิดชอบเยียวยาความเสียหายให้ชาวบ้าน 100%

สถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมในจังหวัดปราจีนบุรีทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากประชาชนเกือบ 100 คนจาก 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอศรีมโหสถ และอำเภอบ้านสร้าง ได้เดินทางมาถือป้ายเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและสั่งปิดโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม พร้อมทั้งเร่งขนย้ายกองขยะที่สะสมอยู่ในพื้นที่ออกไปโดยเร็วที่สุด การรวมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีประชาชนกว่า 2,000 คนเคยเข้าร่วมเวที “รู้เท่าทันโทษพิษภัยโรงงานขยะ” เพื่อสะท้อนความกังวลอย่างหนักต่อผลกระทบจากโรงงานรีไซเคิลขยะในพื้นที่

ความกังวลของชาวบ้านพุ่งสูงขึ้นภายหลังเกิดเหตุน้ำท่วม ซึ่งส่งผลให้พบคราบน้ำมันสีรุ้งลอยกระจายเต็มผิวน้ำ พร้อมกับสภาพน้ำเน่าเสียและปลาตายจำนวนมากในพื้นที่ ประชาชนต่างหวาดกลัวว่าสารพิษเหล่านี้จะซึมซาบเข้าสู่แหล่งน้ำอุปโภคบริโภคและพื้นที่ทำการเกษตร จนส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของคนในชุมชนและระบบนิเวศในระยะยาว

Thailand flooded agricultural area environmental impact

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมายืนยันว่า สิ่งสำคัญและเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือการดูแลและเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่อาจได้รับผลกระทบอย่างหนักจากคราบน้ำมันในพื้นที่นาข้าว หากระดับน้ำลดลงแล้วคราบน้ำมันยังคงตกค้างเกาะตามต้นข้าว ก็อาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตในรอบการเพาะปลูกปัจจุบันอย่างเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังผลกระทบระยะยาว ทั้งในส่วนของคุณภาพดิน ปริมาณผลผลิตต่อไร่ และคุณภาพของข้าวในฤดูกาลถัดไปอีกด้วย

100%ยอดเยียวยาที่บริษัทต้องรับผิดชอบ
3อำเภอที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

สำหรับสาเหตุเบื้องต้นของการรั่วไหล ทางกระทรวงพบว่าน้ำมันดังกล่าวคือน้ำมันเครื่องใช้แล้วที่ทางโรงงานเก็บรักษาไว้เป็นวัตถุดิบสำหรับนำไปรีไซเคิล แต่เมื่อเกิดสถานการณ์น้ำท่วม น้ำได้เอ่อล้นไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่โรงงาน ส่งผลให้น้ำมันลอยตัวไปตามกระแสน้ำและรั่วไหลออกสู่ภายนอก เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความบกพร่องด้านการจัดเก็บและการบริหารความเสี่ยง ซึ่งผู้ประกอบการต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องบ่อกักเก็บที่ปูด้วยแผ่นพลาสติกซึ่งภาพจากโดรนเผยให้เห็นรอยปูดนั้น ข้อมูลเบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าเกิดการรั่วซึม จึงจำเป็นต้องรอให้ระดับน้ำลดลงก่อนจึงจะสามารถเข้าตรวจสอบสภาพบ่อจริงได้อย่างแม่นยำ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

“ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต้องมาอันดับแรก”

วราวุธ ศิลปอาชา

ในด้านมาตรการทางกฎหมาย นายวราวุธระบุว่า ทางการได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 37 และมาตรา 39 ออกคำสั่งให้โรงงานระงับการดำเนินกิจการชั่วคราวแล้ว ส่วนการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตหรือสั่งปิดโรงงานอย่างถาวร จะต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง เงื่อนไขในใบอนุญาต และบทบัญญัติทางกฎหมายอย่างรอบคอบเสียก่อน ขณะเดียวกัน กรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมควบคุมมลพิษเตรียมลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ ดิน และตรวจวัดสิ่งแวดล้อมทันทีที่สถานการณ์น้ำลด เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณามาตรการป้องกันในอนาคต

เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลจากโรงงานอุตสาหกรรมในช่วงภัยพิบัติน้ำท่วม สะท้อนให้เห็นถึงจุดอ่อนสำคัญในเรื่องผังเมืองและการบริหารจัดการความเสี่ยงของโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รับน้ำ การบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. โรงงาน เช่น มาตรา 37 และ 39 จึงเป็นกลไกควบคุมเร่งด่วนเพื่อระงับภัยอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ขณะที่มาตรการระยะยาวจำเป็นต้องมีการทบทวนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภัยพิบัติซ้ำรอยในอนาคต

ทั้งนี้ นายวราวุธย้ำชัดเจนว่าบริษัทเจ้าของโรงงานจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเยียวยาความเสียหายแก่ประชาชนทั้งหมด 100% หากพบว่าวงเงินของบริษัทไม่เพียงพอ ทางภาครัฐจะพิจารณาแนวทางสนับสนุนงบกลางเพิ่มเติมตามความจำเป็น พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นโรงงานฝ่าฝืนคำสั่งหยุดกิจการ ให้บันทึกภาพนิ่งหรือวิดีโอส่งให้กระทรวงอุตสาหกรรมตรวจสอบทันที พร้อมระบุว่าผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของชุมชนควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ นอกจากนี้ เหตุการณ์น้ำท่วมปีนี้ที่รุนแรงกว่าปกติยังเป็นบทเรียนให้กระทรวงต้องเร่งยกระดับมาตรการป้องกันภัยสำหรับโรงงานในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศต่อไป

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้