ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ท่าเรือเทพา 2569: จี้รัฐแก้กฎหมายดันมินิแลนด์บริดจ์ใต้

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และอนุมัติ อาหมัด ลงพื้นที่ท่าเรือเทพา สงขลา วันที่ 19 ต.ค. 2569 จี้รัฐปลดล็อกกฎหมายผังเมืองและเขตห้ามล่าสัตว์ เพื่อดันมินิแลนด์บริดจ์เชื่อมปีนัง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
19 Oct 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ท่าเรือเทพา 2569: จี้รัฐแก้กฎหมายดันมินิแลนด์บริดจ์ใต้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และคณะลงพื้นที่ TEPA TRANSIT TERMINAL อ.เทพา จ.สงขลา
  • อนุมัติ อาหมัด ชี้อุปสรรคกฎหมายผังเมืองและเขตห้ามล่าสัตว์ขัดขวางการพัฒนา
  • เสนอผลักดันท่าเรือเทพาเป็นมินิแลนด์บริดจ์เชื่อมท่าเรือปีนังและด่านประกอบ
  • มุ่งสร้างศูนย์กระจายสินค้าเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยคณะทำงาน ได้เดินทางลงพื้นที่ ณ TEPA TRANSIT TERMINAL ซึ่งเป็นท่าเรือและศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้า ตั้งอยู่ที่ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งหารือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและการสร้างอาชีพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ในการต้อนรับคณะทำงานครั้งนี้ นายอนุมัติ อาหมัด อดีตสมาชิกวุฒิสภาในฐานะเจ้าของพื้นที่และผู้บริหาร TEPA TRANSIT TERMINAL ได้นำเสนอข้อมูลและสะท้อนปัญหาสำคัญที่กำลังฉุดรั้งการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยระบุว่าการผลักดันท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ในจังหวัดสงขลาปัจจุบันประสบความสำเร็จได้ยาก เนื่องจากเผชิญข้อจำกัดรอบด้าน ทั้งเรื่องพื้นที่หลังท่า ข้อจำกัดของชุมชน เทศบัญญัติ และกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA รวมถึงระบบโลจิสติกส์ทางน้ำเดิมที่ยังไม่ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริง

Thailand coastal harbor port terminal

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

โครงการพัฒนาท่าเรือเทพาในฐานะมินิแลนด์บริดจ์สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการกระจายศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค โดยใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว เช่น ร่องน้ำเดิม แทนที่จะรอคอยโครงการเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่มักติดขัดข้อกฎหมายสิ่งแวดล้อมและการเวนคืนที่ดิน การเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งระหว่างท่าเรือปีนังในประเทศมาเลเซียผ่านด่านประกอบมายังอำเภอเทพา จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่ช่วยลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ชายแดนใต้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

จากอุปสรรคดังกล่าว ทำให้นายอนุมัติตัดสินใจลงทุนพัฒนาพื้นที่ให้เป็นท่าเรือชายฝั่งโดยอาศัยร่องน้ำธรรมชาติที่มีอยู่แล้วในอำเภอเทพา เพื่อลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและขับเคลื่อนการค้าชายแดนได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังคงต้องการการสนับสนุนที่สำคัญจากภาครัฐในการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องผังเมืองและเขตห้ามล่าสัตว์ ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักในการขยายพื้นที่เพื่อจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า

แนวคิดการพัฒนาท่าเรือเทพาให้เป็นมินิแลนด์บริดจ์นี้ มุ่งเน้นการเชื่อมโยงเส้นทางการค้าทางทะเลจากท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย ขึ้นมายังฝั่งไทยผ่านทางด่านประกอบ ซึ่งจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนผ่านการสร้างงานและกระจายรายได้

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้