ยูฟ่าขีดเส้นตาย 2 สัปดาห์ให้ จานนี อินฟานติโน แจงเอกสารสำคัญ
ยูฟ่าจี้ฟีฟ่าส่งเอกสารสำคัญและตอบข้อซักถาม 42 ข้อภายในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ พร้อมเร่งเคลียร์ปมร้อนแผนลงทุนและรางวัลสันติภาพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ยูฟ่าขีดเส้นตายให้ฟีฟ่าส่งเอกสารและตอบข้อซักถามทั้งหมดภายในวันที่ 2 พฤศจิกายน
- จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า เผชิญคำถาม 42 ข้อครอบคลุม 8 หน้ากระดาษ
- ประเด็นร้อนรวมถึงแผนการลงทุน FFE และการยกเลิกโทษแบนให้แก่ โฟลาริน บาโลกัน
- ยูฟ่าจี้ให้ชี้แจงกรณีการมอบรางวัลสันติภาพให้แก่ โดนัลด์ ทรัมป์ และดีลกับ Thrive Capital
สหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่า ได้ยื่นคำขาดให้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า ต้องเปิดเผยเอกสารสำคัญและตอบข้อซักถามทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานและการตัดสินใจ ภายในเส้นตายวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ได้กล่าวขอโทษต่อแผนการขายหุ้นฟุตบอลโลกในการประชุมสภาฟีฟ่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่ยังคงล้มเหลวในการให้คำอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับที่มาของข้อเสนอดังกล่าว
จดหมายของยูฟ่ามีความยาวถึง 8 หน้ากระดาษและบรรจุคำถามไว้มากถึง 42 ข้อ ครอบคลุมประเด็นปัญหาหลากหลายตั้งแต่โครงการลงทุนภาคเอกชนอย่าง ฟีฟ่า ฟอร์เวิร์ด เอ็นเทอร์ไพรส์ หรือเอฟเอฟอี ไปจนถึงรางวัลฟีฟ่าพีซไพรส์ และกรณีการระงับโทษแบนที่มีความขัดแย้งของ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก
ยูฟ่าย้ำชัดเจนว่าการปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลหรือเอกสารใดๆ จะต้องได้รับการชี้แจงเป็นรายกรณีพร้อมเหตุผลที่เฉพาะเจาะจง โดยระบุว่าคำถามเหล่านี้ต้องการคำตอบในทันทีและไม่สามารถเลื่อนออกไปจนถึงการประชุมสภาฟีฟ่าครั้งต่อไปได้ รวมถึงการปฏิรูปการบริหารในอนาคตก็ไม่สามารถนำมาใช้แทนที่การตรวจสอบการตัดสินใจที่เกิดขึ้นไปแล้วและความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวได้ แม้ว่ายูฟ่าจะไม่ได้ระบุขั้นตอนต่อไปหากฟีฟ่าไม่ทำตามกำหนดเวลา แต่ประเด็นนี้ก็สร้างแรงกดดันอย่างหนักให้กับผู้นำสูงสุดของฟีฟ่า
"พวกเรายังไม่ได้รับคำตอบ และข้อมูลรวมถึงเอกสารที่ร้องขอก็ยังไม่มีการจัดเตรียมให้แต่อย่างใด"
จดหมายจากยูฟ่าถึงฟีฟ่า
แรงกดดันหลักยังพุ่งเป้าไปที่กรณีของ โฟลาริน บาโลกัน ซึ่งรอดพ้นจากการถูกพักการแข่งขันทันทีหลังโดนใบแดงในฟุตบอลโลก โดยโทษแบนดังกล่าวถูกยกเลิกโดยคณะกรรมการวินัยของฟีฟ่า หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ร้องขอให้อินฟานติโนทบทวนการตัดสินใจดังกล่าว แม้ฟีฟ่าจะยืนกรานว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีความเป็นอิสระ แต่คณะกรรมการด้านกฎหมายกำลังทบทวนข้อเสนอแก้ไขระเบียบวินัยเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำ
ความขัดแย้งระหว่างยูฟ่าและฟีฟ่าในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในองค์กรกีฬาระดับโลก การที่องค์กรสมาชิกทรงอิทธิพลอย่างยูฟ่าลุกขึ้นมาตรวจสอบกระบวนการตัดสินใจระดับสูง เช่น การบริหารจัดการเงินลงทุนเอกชน และการตัดสินใจด้านวินัยที่อาจถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองสหรัฐฯ ถือเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจภายในวงการฟุตบอลโลกในอนาคตอันใกล้นี้
นอกจากนี้ ยูฟ่ายังได้สอบถามถึงความสัมพันธ์กับบริษัท ไครฟ์ แคปิตอล ของ โจชัว คุชเนอร์ โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงมีการลงนามข้อตกลงให้สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวโดยไม่มีการปรึกษาหารือกับสภาฟีฟ่าล่วงหน้า และเหตุใดจึงเลือกไครฟ์ แคปิตอล เป็นนักลงทุนรายหลักโดยไม่มีกระบวนการประมูลแข่งขัน ภายใต้เงื่อนไขการรักษาความลับอย่างเข้มงวด ทั้งที่บริษัทดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับครอบครัวของผู้ได้รับรางวัลฟีฟ่าพีซไพรส์อย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นพ่อตาของ โจชัว คุชเนอร์ อีกด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น