ซาอุดีอาระเบียยกเลิกเที่ยวบินกว่า 1 ใน 3 หลังเหตุโจมตี
เที่ยวบินกว่า 34% จากซาอุดีอาระเบียถูกยกเลิกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุโจมตีจากกลุ่มกบฏฮูตี ส่งผลให้อีเวนต์ใหญ่ต้องเลื่อนจัด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ข้อมูลจาก Cirium ชี้เที่ยวบิน 322 จาก 941 เที่ยวถูกยกเลิกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
- ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในริยาดกลับมาเปิดทำการแล้วหลังปิด 1 สัปดาห์
- สายการบินต่างชาติต่างขยายเวลา ระงับเที่ยวบินไปซาอุดีอาระเบียถึง 24 ตุลาคม
- การจัดงานอีเวนต์ใหญ่หลายงาน เช่น Future Investment Initiative ต้องถูกเลื่อนออกไป
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจการจัดอีเวนต์ของซาอุดีอาระเบียกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ หลังจากสถานการณ์ความไม่สงบจากเหตุโจมตีโดยกลุ่มกบฏฮูตีที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเครือข่ายการบินและการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่มีกำหนดการจัดงานระดับนานาชาติมากมาย
บริษัทวิเคราะห์ด้านการบิน Cirium เปิดเผยรายงานล่าสุดระบุว่า มีเที่ยวบินมากกว่าหนึ่งในสาม หรือคิดเป็นจำนวน 322 จากทั้งหมด 941 เที่ยวบินที่มีกำหนดการออกจากซาอุดีอาระเบีย ต้องถูกยกเลิกหรือไม่สามารถทำการบินได้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวถือว่าปรับตัวดีขึ้นจากวันอาทิตย์ ซึ่งในวันนั้นมีเที่ยวบินถูกยกเลิกไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของตารางบินทั้งหมด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางด้านท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากต้องปิดทำการไปนานถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มจากเหตุการณ์โจมตีเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 รายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก แม้ตัวสนามบินจะกลับมาเปิดทำการแล้ว แต่สายการบินภายในประเทศอย่าง Saudia, Flynas, Riyadh Air และ Flyadeal จะกลับมาให้บริการ แต่สายการบินระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศส่วนใหญ่ยังคงระงับเที่ยวบินต่อไป
ข้อมูลจาก Cirium ระบุรายละเอียดอัตราการยกเลิกเที่ยวบินในวันจันทร์แยกตามท่าอากาศยานต่างๆ ดังนี้:
- ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิด กรุงริยาด: มีอัตราการยกเลิกสูงสุดถึง 66%
- ท่าอากาศยานภูมิภาคอับฮา (Abha): มีอัตราการยกเลิก 48%
- ท่าอากาศยานนานาชาติคิงฟาฮัท เมืองดัมมาม (Dammam): มีอัตราการยกเลิก 31%
- ท่าอากาศยานนานาชาติคิงอับดุลลาซิส เมืองเจดดาห์ (Jeddah): มีอัตราการยกเลิก 15%
ในขณะที่สายการบินต่างประเทศอย่าง flydubai, Etihad Airways และ Qatar Airways ได้ตัดสินใจขยายเวลาการระงับเที่ยวบินไปยังกรุงริยาด เมืองดัมมาม และเมืองอับฮาออกไปจนถึงวันที่ 24 ตุลาคมนี้ นอกจากนี้ ทาง Qatar Airways ยังได้ลดจำนวนเที่ยวบินที่เดินทางเข้าเมืองเจดดาห์ลง จากเดิมที่มีวันละ 7เที่ยวบิน เหลือเพียง 4 เที่ยวบินเท่านั้น พร้อมกันนี้สถานเอกอัครราชทัณฑ์สหรัฐอเมริกาประจำซาอุดีอาระเบียได้ออกประกาศเตือนภัยด้านความปลอดภัยจากความเสี่ยงเรื่องการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน
"หากสายการบินที่ไม่ใช่ของซาอุดีอาระเบียยังคงหลีกเลี่ยงการบินเข้ามา สายการบินของซาอุดีอาระเบียและกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียจะขยายบริการเข้ามาแทนที่ แต่คำถามคือความต้องการของผู้โดยสารจะยังคงอยู่หรือไม่หากการโจมตียังคงดำเนินต่อไป"
Andrew Charlton จาก Aviation Advocacy
วิกฤตด้านการบินที่เกิดขึ้นในซาอุดีอาระเบียไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารทั่วไป แต่ยังสะท้อนถึงความเปราะบางของแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการผลักดันให้กรุงริยาดกลายเป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจ การท่องเที่ยว และการจัดมหกรรมระดับโลก (MICE) ตามวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030 การที่สายการบินต่างชาติยังคงระงับเที่ยวบินต่อเนื่อง ทำให้โรงแรมและภาคธุรกิจสูญเสียรายได้มหาศาลในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวและการจัดอีเวนต์
ผลกระทบจากวิกฤตความปลอดภัยครั้งนี้ลามไปถึงปฏิทินการจัดงานระดับโลกในประเทศ โดยงานประชุมลงทุนครั้งใหญ่ Future Investment Initiative ถูกเลื่อนออกไปจัดในปีหน้า งานประชุมสุดยอดระหว่างสหภาพยุโรปและคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (EU-GCC) ซึ่งเดิมกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคมที่กรุงริยาด ก็ถูกเลื่อนออกไปโดยยังไม่มีกำหนดวันใหม่ ขณะที่การแข่งขันเทนนิสรายการ Six Kings Slam ถูกย้ายไปจัดในเดือนธันวาคมแทน ส่งผลให้เกิดการยกเลิกห้องพักโรงแรมและการสูญเสียรายได้จากการจัดประชุมและนิทรรศการตามมา
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น