ครอบครัวผู้สูญเสียเสี่ยงเสียภาษีบำเหน็จ หลัง Capita ดีเลย์
ครอบครัวข้าราชการอังกฤษผู้ล่วงลับเสี่ยงถูกเก็บภาษีบำเหน็จไม่เป็นธรรม เนื่องจากปัญหาความล่าช้าของบริษัท Capita ที่รับบริหารกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการอังกฤษดูแลพนักงานภาครัฐ 1.7 ล้านคน
- บริษัท Capita เข้ามาบริหารจัดการแทน MyCSP ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025
- ยอดค้างสะสมพุ่งสูงถึง 120,000 เคสภายในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
- เงินบำเหน็จเสียชีวิตก่อนอายุ 75 ปีต้องจ่ายภายใน 2 ปีจึงจะไม่เสียภาษี
ระบบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการสหราชอาณาจักร (Civil Service Pension scheme) กำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ หลังจากที่บริษัทเอาต์ซอร์อย่าง Capita เข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการแทนบริษัท MyCSP เมื่อเดือนธันวาคม 2025 โดยในขณะนั้นทางบริษัทระบุว่าได้รับมอบหมายงานค้างท่อเดิมมากกว่า 86,000 เคส
แม้ว่าจะมีช่วงเปลี่ยนผ่านนานถึง 2 ปีเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการโอนย้ายงานดังกล่าว แต่ปัญหาความล่าช้ากลับยังคงเรื้อรังและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จนกระทั่งถึงเดือนกุมภาพันธ์ ตัวเลขงานค้างสะสมได้พุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับ 120,000 เคส ส่งผลให้ข้าราชการบำนาญและครอบครัวของผู้เสียชีวิตต้องรอนานหลายเดือนกว่าจะได้รับเงินบำเหน็จ จนบางรายประสบปัญหาในการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
ตามกฎระเบียบของหน่วยงานสรรพากรและศุลกากรแห่งสหราชอาณาจักร (HMRC) หากสมาชิกกองทุนเสียชีวิตก่อนอายุ 75 ปี เงินบำเหน็จก้อนโต (lump sum death benefit) จะได้รับการยกเว้นภาษีก็ต่อเมื่อมีการจ่ายเงินให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 2 ปีนับตั้งแต่วันที่กองทุนได้รับแจ้งการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ และมูลค่าต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนด มิฉะนั้นเงินจำนวนดังกล่าวจะถูกเก็บภาษีในอัตราเดียวกับภาษีเงินได้ของผู้รับผลประโยชน์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จากสถานการณ์ความล่าช้าในปัจจุบัน ทำให้หลายครอบครัวเสี่ยงที่จะพลาดกำหนดเส้นตาย 2 ปีผ่านพ้นไปโดยไม่ได้รับเงิน ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะต้องเผชิญกับภาระภาษีที่ไม่ควรจะต้องจ่าย ตัวอย่างเช่นกรณีของ Rob Wassell วัย 58 ปี ซึ่งรอคอยเงินบำเหน็จจากกองทุนของพี่ชายที่เสียชีวิตมาเกือบจะครบ 2 ปีแล้ว และหากเขาไม่ได้รับเงินภายในกำหนดวันที่ 22 ตุลาคมนี้ เงินก้อนดังกล่าวก็จะถูกหักภาษีทันที
วิกฤตความล่าช้าของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการอังกฤษในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการโอนย้ายภารกิจงานภาครัฐขนาดใหญ่ให้บริษัทเอกชนดูแล โดยเฉพาะงานที่มีความซับซ้อนและมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมากถึง 1.7 ล้านคน เมื่อเกิดความผิดพลาดในการบริหารจัดการช่วงเปลี่ยนผ่าน ผลกระทบจึงไม่ได้ตกแค่เรื่องความล่าช้าทางการเงิน แต่ยังลุกลามไปถึงผลกระทบทางกฎหมายภาษีที่สร้างความเดือดร้อนซ้ำเติมให้กับครอบครัวที่กำลังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์
"This is an additional stress they should not have to bear."
Sir Geoffrey
ด้านโฆษกสำนักงานคณะรัฐมนตรี (Cabinet Office) ซึ่งรับผิดชอบดูแลภาพรวมของกองทุนดังกล่าว ออกมายอมรับว่าระดับการให้บริการหลังจากที่เปลี่ยนผ่านไปยัง Capita นั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง พร้อมระบุว่ารัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการกดดันบริษัทอย่างเต็มที่ รวมถึงการระงับการจ่ายเงินเกือบ 10 ล้านปอนด์ และยืนยันว่าจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีสมาชิกรายใดต้องรับภาระทางการเงินที่แย่ลงจากความล่าช้าเหล่านี้ ขณะที่โฆษกของ Capita ได้กล่าวคำขอโทษต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและระบุว่าทีมงานกำลังเร่งแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มคนที่รอคอยนานที่สุดและกลุ่มที่เผชิญปัญหาความยากลำบากอย่างเร่งด่วน
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น