นาวิกจันทบุรี ยึดมือถือ 67 เครื่อง ซุกกล่องริมชายแดนกัมพูชา
กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 5 ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 67 เครื่องซุกซ่อนในกล่องกระดาษริมชายแดนกัมพูชา พร้อมพบข้อมูลบัญชีธนาคารและรหัสแอพพลิเคชัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ทหารพรานนาวิกโยธินที่ 5 ตรวจยึดมือถือ 67 เครื่องซุกกล่องริมชายแดนกัมพูชา
- พบ 27 เครื่องมีข้อมูลบัญชีธนาคารและรหัสผ่านแอพพ์ธนาคารพร้อม Gmail
- พบอีก 40 เครื่องเป็นมือถือผ่านการใช้งานแล้วคาดลักลอบนำมาจากฝั่งเพื่อนบ้าน
- กองทัพเรือประสานศุลกากรจันทบุรีและ สภ.บ้านแปลง ขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง
เจ้าหน้าที่ทหารพรานจากกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 5 ได้ตรวจพบและยึดโทรศัพท์มือถือจำนวนรวม 67 เครื่อง ซึ่งถูกซุกซ่อนเอาไว้ภายในกล่องกระดาษบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พบว่าอุปกรณ์สื่อสารเหล่านี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักที่มีลักษณะการใช้งานและข้อมูลภายในที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างมากเนื่องจากอาจมีความเกี่ยวโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
ในจำนวนอุปกรณ์ทั้งหมดที่ยึดได้นั้น แบ่งออกเป็นโทรศัพท์มือถือจำนวน 27 เครื่องที่มีการบรรจุข้อมูลบัญชีธนาคาร รวมถึงรหัสลับสำหรับเข้าใช้งานแอพพลิเคชันทางการเงินต่างๆ และบัญชี Gmail เอาไว้พร้อมสรรพภายในเครื่องแต่ละเครื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานในเบื้องต้นว่าอาจมีความพยายามในการลักลอบนำโทรศัพท์กลุ่มนี้ส่งข้ามแดนไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ในส่วนของโทรศัพท์มือถืออีก 40 เครื่องที่เหลือ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นอุปกรณ์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว โดยมีความเป็นไปได้สูงว่าเครื่องกลุ่มนี้อาจถูกลักลอบนำข้ามแดนย้อนกลับมาจากฝั่งประเทศกัมพูชาเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางและการเคลื่อนย้ายของอุปกรณ์ทั้งหมดอย่างเร่งด่วน
เหตุการณ์การตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจำนวนมากพร้อมข้อมูลบัญชีธนาคารและรหัสผ่านริมชายแดน สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการทำงานของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ที่มักใช้พื้นที่รอยต่อชายแดนเป็นช่องทางในการส่งมอบอุปกรณ์หรือบัญชีม้าข้ามประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐ การที่มือถือมีข้อมูลแอพพ์ธนาคารพร้อมใช้งานบ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมสำหรับโอนเงินหรือฟอกเงินในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
ทางด้านเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงระบุว่า ข้อมูลและอุปกรณ์ทั้งหมดที่ตรวจพบในครั้งนี้มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยงานยังคงต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงรวมถึงที่มาที่ไปของโทรศัพท์มือถือทั้ง 67 เครื่องอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง โดยได้มีการประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรจังหวัดจันทบุรี และสถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง เพื่อเข้าดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและขยายผลติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป
ขณะเดียวกัน ทางโฆษกกองทัพเรือได้ออกมาเน้นย้ำว่า ทางกองทัพเรือยังคงเดินหน้ามาตรการเฝ้าระวังและเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามในทุกรูปแบบ ป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะภัยจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่อาจสร้างความเสียหายต่อข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สินในวงกว้าง
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น