วัชระพล เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ปทุมธานี คาด 1-2 วันดีขึ้น
รมช.เกษตรฯ วัชระพล ขาวขำ สั่งระดม 3 กรมแก้ปัญหาน้ำเน่าและปลาตายในคลองระพีพัฒน์ 2 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เติมน้ำดีวันละ 500,000 ลบ.ม. คาดคลี่คลายใน 1-2 วัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- วัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรฯ สั่งแก้ปัญหาน้ำเน่าและปลาตายในคลองระพีพัฒน์ 2
- สาเหตุจากน้ำเสียทุ่งนาท่วมขังและแม่น้ำเจ้าพระยาระดับน้ำสูงระบายช้า
- กรมชลประทานเติมน้ำดีวันละ 500,000 ลบ.ม. คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
นายวัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาเคลื่อนไหวกรณีสถานการณ์วิกฤตน้ำเน่าเสียและมีปลาตายจำนวนมากในพื้นที่คลองระพีพัฒน์ 2 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ปัญหาดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากมวลน้ำเสียที่ไหลหลากมาจากพื้นที่ทุ่งนาซึ่งมีน้ำท่วมขัง ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงอยู่ในเกณฑ์สูง ส่งผลให้กระบวนการระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้าและเกิดการสะสมของน้ำเน่าเสียภายในคลองดังกล่าว โดยทางกระทรวงระบุว่าจำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดของปลาที่ตายเป็นจำนวนมาก
สำหรับการรับมือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้ 3 กรมที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกัน โดยเน้นการดำเนินงานคู่ขนานไปใน 2 แนวทางหลัก ได้แก่:
- การบริหารจัดการน้ำ: ดำเนินการเติมน้ำที่มีคุณภาพดีเข้ามาเพื่อเจือจางน้ำเสีย พร้อมทั้งควบคุมอัตราการระบายน้ำให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ปลายน้ำ
- การฟื้นฟูคุณภาพน้ำ: เพิ่มอัตราการไหลเวียนของน้ำ การเติมออกซิเจนในจุดที่ค่าออกซิเจนต่ำ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียตามมาตรฐานวิชาการพร้อมเฝ้าระวังต่อเนื่อง
ในส่วนของการปฏิบัติงานจริง ทางกรมชลประทานได้ดำเนินการระบายน้ำดีเข้ามาเติมในระบบแล้วประมาณ 500,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน พร้อมทั้งควบคุมระดับน้ำบริเวณจุดควบคุมปลายน้ำไม่ให้เกิน +1.80 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง (ม.รทก.) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและชุมชนริมน้ำ โดยคาดหวังว่าจะสามารถระบายน้ำทั้งหมดได้ภายในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ และสถานการณ์ทั่วไปจะเริ่มดีขึ้นภายใน 1 ถึง 2 วันข้างหน้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
วิกฤตน้ำเน่าเสียในคลองระพีพัฒน์ 2 จังหวัดปทุมธานี สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก เมื่อพื้นที่เกษตรกรรมหรือทุ่งรับน้ำมีน้ำท่วมขังและระบายลงสู่คูคลองสายหลัก ประกอบกับแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูง การแก้ปัญหาจึงไม่ใช่แค่การผลักดันน้ำออก แต่ต้องอาศัยการบริหารสมดุลระหว่างน้ำดีและน้ำเสียอย่างแม่นยำเพื่อไม่ให้ผลกระทบขยายวงกว้างไปยังชุมชนปลายน้ำ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น