ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สุชาติ ชมกลิ่น ลั่นเปิดสงครามโรงงานขยะพิษ ลุยจัดการเด็ดขาด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งลุยตรวจขยะอิเล็กทรอนิกส์เกือบ 3,000 ตันและน้ำเสียสีรุ้งใน จ.ปราจีนบุรี ลั่นไม่ยอมให้เอาสุขภาพประชาชนมาเป็นตัวประกัน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
20 Oct 2026ที่มา: Matichon Politics4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
สุชาติ ชมกลิ่น ลั่นเปิดสงครามโรงงานขยะพิษ ลุยจัดการเด็ดขาด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. สั่งกรมควบคุมมลพิษลุยตรวจขยะอิเล็กทรอนิกส์เกือบ 3,000 ตัน
  • พบน้ำเสียปนเปื้อนน้ำมันและน้ำสีรุ้งใน จ.ปราจีนบุรี พร้อมสั่งดำเนินคดีเจ้าของโรงงานแม้จะรู้จักกัน
  • นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมรองนายกฯ และรัฐมนตรีหลายกระทรวงบูรณาการแก้ปัญหาขยะพิษ
  • เตรียมใช้มาตรการทางกฎหมายหนัก ทั้ง ปปง. ยึดทรัพย์ และผลักดันให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ

วันที่ 2 ตุลาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงกรณีการลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำสีดำสายรุ้งและปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ในจังหวัดปราจีนบุรี โดยระบุว่าจากกรณีที่กระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำและพบน้ำสีดำที่มีน้ำมันปนเปื้อนนั้น เชื่อว่าเป็นน้ำเสียอย่างแน่นอนเนื่องจากอยู่ใกล้กับแหล่งกำเนิดมลพิษ

นายสุชาติระบุว่าตนได้สั่งการให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำภาคสนามและเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินรวม 4 จุด เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด ครอบคลุมพารามิเตอร์สำคัญหลายรายการ เช่น ค่าบีโอดี ค่าแอมโมเนีย ไนไตร์ท ไนเตรต ฟอสฟอรัสทั้งหมด ฟีคัลโคลิฟอร์ม น้ำมันและไขมัน โลหะหนัก และสารอื่น ๆ เพื่อประเมินคุณภาพน้ำและหาสาเหตุของปัญหาปลาตาย ผลการตรวจวัดเบื้องต้นพบว่าค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) อยู่ระหว่าง 3.23–7.45 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) อยู่ระหว่าง 6.87–6.96 แต่ผลภาคสนามยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดปลาตายได้

Thailand government building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สำหรับประเด็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตรวจพบมีปริมาณเกือบ 3,000 ตัน นายสุชาติกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ เพราะเป็นการทำธุรกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสิ่งของที่ลักลอบสั่งเข้ามานั้นส่วนใหญ่เป็นขยะพิษมากกว่าเนื้อวัตถุที่จะนำไปใช้ประโยชน์ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยได้เรียกประชุมบุคคลสำคัญ ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันทุกกระทรวง

การแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยถือเป็นโจทย์เรื้อรังมานานหลายสิบปี เนื่องจากมักมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายธุรกิจสีเทา ช่องโหว่ทางกฎหมายระหว่างหน่วยงาน และขั้นตอนการนำเข้าที่ซับซ้อน การที่รัฐบาลดึงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายพิเศษอย่าง ปปง. และ DSI เข้ามาร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นการปรับกลยุทธ์จากการลงโทษระดับ administrative (เช่น การสั่งปิดปรับปรุงชั่วคราว) ไปสู่มาตรการทางเศรษฐกิจและการยึดทรัพย์ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการตัดวงจรเครือข่ายผู้กระทำผิดอย่างถาวร

ในประเด็นกระแสข่าวที่มีเจ้าของโรงงานโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาเพื่อเคลียร์ปัญหา นายสุชาติยืนยันว่าแม้จะรู้จักกันเนื่องจากตนเป็น สส. ในพื้นที่ภาคตะวันออกมาร่วม 20 ปี แต่เมื่อตรวจสอบพบหลักฐานชัดเจนจากการบินโดรนดูพบว่าพังกั้นน้ำของบริษัทดังกล่าวแตกและปล่อยน้ำเสียออกมา จึงได้สั่งการให้ดำเนินคดีทันทีที่ สภ.ศรีมหาโพธิ พร้อมระบุว่าจะไม่ยอมนำสุขภาพและชีวิตของประชาชนที่เสี่ยงบริโภคปลาปนเปื้อนสารก่อมะเร็งมาเป็นตัวประกันเด็ดขาด

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ต้องบอกว่าผมเปิดสงครามกับคนเหล่านี้แน่นอน ผมไม่เอาไว้นะครับ เพราะถ้าใครทำอะไรผิด ยิ่งโดยเฉพาะเราเป็นรัฐมนตรี เป็นคนของสาธารณะ เป็นคนของประชาชน เรามีอำนาจมีกฎหมายในมือ ถ้ายังทำไม่ได้เราก็ไม่รู้จะเป็นรัฐมนตรีไปเพื่ออะไร"

สุชาติ ชมกลิ่น

นายสุชาติยังได้กล่าวถึงมาตรการระยะยาวว่า หากโรงงานกระทำผิดซ้ำซากจะต้องถูกยึดใบอนุญาตถาวรเปรียบเสมือนมาตรการจัดการสถานบันเทิง นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าพบเลขาธิการ ปปง. เพื่อประสานนำฐานความผิดเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานมาใช้ในการตรวจสอบและยึดทรัพย์ รวมถึงผลักดันให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ เพื่อจัดการกับต้นตอตั้งแต่กระบวนการขนส่งและนำเข้าอย่างเด็ดขาด

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้