ไนเจล ทอปปิง ชี้ ไอร์แลนด์เหนือต้องกล้าเปลี่ยนรับโลกร้อน
ไนเจล ทอปปิง ประธานคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคนใหม่ เดินทางเยือนไอร์แลนด์เหนือ 2 วัน พบปะเกษตรกร นักธุรกิจ และนักการเมือง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ไนเจล ทอปปิง ประธาน Climate Change Committee เยือนไอร์แลนด์เหนือ 2 วัน
- ชี้เป็นประเทศเล็กที่คล่องตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ดี
- เตือนความล้มเหลวในการลงมือทำจะทำให้พลาดโอกาสและจ่ายค่าพลังงานแพงขึ้น
- เน้นย้ำถึงความตั้งใจร่วมกันที่จะก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero ไปด้วยกัน
ไนเจล ทอปปิง ประธานคนใหม่ของคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Committee) กำลังปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่เป็นเวลา 2 วันในไอร์แลนด์เหนือ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและมุมมองจากผู้คนในหลากหลายภาคส่วน
ในระหว่างการเดินทางเยือนครั้งนี้ ทอปปิงได้พบปะกับกลุ่มเกษตรกร ผู้แทนจากภาคธุรกิจ รวมถึงบรรดานักการเมือง เพื่อสำรวจความท้าทายและโอกาสต่างๆ ในการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้น
เขาอธิบายว่าไอร์แลนด์เหนือเป็นประเทศขนาดเล็กที่มีความได้เปรียบในเรื่องความคล่องตัวและความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการกับปัญหาต่างๆ เช่น การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การปรับปรุงการจัดการขยะ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การเยือนของประธาน Climate Change Committee สะท้อนให้เห็นความพยายามในการผลักดันให้ภูมิภาคต่างๆ ของสหราชอาณาจักรเร่งรัดนโยบายสิ่งแวดล้อม หลังจากที่ไอร์แลนด์เหนือเคยเป็นพื้นที่สุดท้ายในหมู่เกาะนี้ที่บังคับใช้กฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีเป้าหมายทางกฎหมายชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ทอปปิงได้ออกโรงเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า หากยังเพิกเฉยและไม่ลงมือทำอะไรเลย ผลกระทบที่จะตามมาคือการพลาดโอกาสทางนวัตกรรมที่ผู้อื่นจะชิงก้าวล้ำไปก่อน การต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น และความเสี่ยงต่อสุขภาพของเด็กๆ ในอนาคต
"ถ้าไอร์แลนด์เหนือไม่ทำอะไรเลย ก็จะพลาดโอกาสด้านนวัตกรรมทั้งหมดเพราะคนอื่นเขาคว้าไปหมดแล้ว นั่นมันงี่เง่าสิ้นดี"
ไนเจล ทอปปิง
เขายังเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันเสมือนการแข่งขันระหว่างด้านที่ดื้อรั้นโลภมากกับด้านที่ฉลาดล้ำและเต็มไปด้วยนวัตกรรม พร้อมระบุว่าทุกคนในสังคมมีส่วนผสมของทั้งสองด้านนี้ และถ้าหากหันมาสนับสนุนนักนวัตกรรมอย่างจริงจัง ก็จะสามารถเปลี่ยนวิกฤตนี้ให้กลายเป็นโอกาสได้
แม้ไอร์แลนด์เหนือจะเคยออกตัวช้ากว่าพื้นที่อื่นๆ ในการผ่านกฎหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ทอปปิงมองว่าขณะนี้มีความรู้สึกร่วมกันอย่างแท้จริงที่ต้องการไล่ตามให้ทัน เพื่อไม่ให้ใครต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลังบนเส้นทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น