ข้ามไปเนื้อหาหลัก

การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมปี 2026: บทเรียนจากบอสตันและไอซ์แลนด์

บอสตันและไอซ์แลนด์เปิดเผยในงาน Skift Transatlantic Summit ถึงบทเรียนการจัดอีเวนต์ใหญ่ช่วงไฮซีซั่นปี 2026 ที่ไม่ได้เน้นเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
21 Oct 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมปี 2026: บทเรียนจากบอสตันและไอซ์แลนด์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • บอสตันและไอซ์แลนด์จัดอีเวนต์ใหญ่ช่วงไฮซีซั่นปี 2026 โดยไม่ได้เน้นเพิ่มอัตราการเข้าพัก
  • บอสตันได้ประโยชน์จากสื่อประชาสัมพันธ์ฟรีและต่อยอดความร่วมมือกับ VisitScotland
  • ไอซ์แลนด์ชี้ว่าความท้าทายหลักคือการรักษาความเชื่อมั่นของคนในท้องถิ่น
  • ทั้งสองเมืองเลือกเน้นการจัดการจังหวะเวลาของนักท่องเที่ยวมากกว่าจำนวนคน

การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม (Live Tourism) กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยว 1 ใน 5 วางแผนเดินทางเพื่อเข้าร่วมอีเวนต์และประสบการณ์สด ทว่าเมื่อเมืองเจ้าภาพต้องจัดงานใหญ่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่หนาแน่นอยู่แล้ว ความสำเร็จจึงต้องวัดจากมุมมองที่แตกต่างออกไปจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวทั่วไป

ในช่วงฤดูร้อนปี 2026 เมืองบอสตันเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup ถึง 7 นัด พร้อมกับงานเฉลิมฉลอง America 250 และงาน Tall Ships ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุดของเมือง ด้านไอซ์แลนด์ไม่ได้มีอีเวนต์ที่ต้องซื้อบัตรเข้าชม แต่ตั้งอยู่บนเส้นทางที่สามารถมองเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงในช่วงกลางเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ที่พักถูกจองเต็มล่วงหน้าเช่นกัน

Boston city skyline summer

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

7แมตช์ฟุตบอลโลกในบอสตัน
1 ใน 5นักท่องเที่ยวที่วางแผนตามอีเวนต์

Lindsay Milne Grant จาก Meet Boston และ Arnar Már Ólafsson จากการท่องเที่ยวไอซ์แลนด์ ได้ร่วมพูดคุยในงาน Skift Transatlantic Summit ที่กรุงดับลิน เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 โดยระบุตรงกันว่าอีเวนต์ในช่วงไฮซีซั่นไม่สามารถสร้างการเติบโตด้านจำนวนนักท่องเที่ยวได้อย่างที่มักคาดหวังกัน เนื่องจากบอสตันไม่มีการเพิ่มจำนวนห้องพักโรงแรมใหม่ในช่วงแข่งขันฟุตบอลโลก และที่พักในไอซ์แลนด์ก็ถูกจองเต็มล่วงหน้าอยู่แล้ว

"ในแง่ของอัตราการเข้าพัก เราไม่มีโอกาสที่จะเพิ่มตัวเลขได้เลย"

Lindsay Milne Grant, Meet Boston

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์เชิงบวกไปปรากฏในส่วนอื่น โดย Grant เผยว่าความคุ้มค่าสูงสุดคือพื้นที่สื่อที่ได้รับจากการประชาสัมพันธ์ (earned media) โดยกระแสข่าวของแฟนบอลชาวสกอตแลนด์นำไปสู่การจับมือเป็นพันธมิตรกับ VisitScotland การสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับเมืองกลาสโกว์ และเตรียมจัดงาน Tartan Week ในบอสตันช่วงฤดูใบไม้ผลิหน้า

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

กรณีศึกษาของบอสตันและไอซ์แลนด์สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของกลยุทธ์การจัดการจุดหมายปลายทาง (Destination Strategy) จากเดิมที่มักวัดความสำเร็จด้วยปริมาณ (Volume) มาเป็นการวัดด้วยคุณภาพ เช่น การใช้จ่ายต่อหัว (Spend) และมูลค่าสื่อที่ได้รับ (Earned Media) โดยเฉพาะเมื่อเมืองต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น จำนวนห้องพักโรงแรมที่ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ทันท่วงทีในระยะสั้น การมุ่งเน้นการกระจายตัวและการจัดการจังหวะเวลาของนักท่องเที่ยว (Seasonality Management) จึงมีความยั่งยืนกว่าการพยายามดึงดูดคนให้เข้ามาในปริมาณมากเกินขีดความสามารถในการรองรับ

ในทางกลับกัน ทั้งสองเมืองต่างก็เผชิญกับผลกระทบด้านลบเช่นกัน โดยบอสตันพบว่าจำนวนผู้เข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไปลดลง เนื่องจากนักท่องเที่ยวประจำหลีกเลี่ยงการเดินทางเพราะกลัวความแออัด ขณะที่ Arnar Már Ólafsson ผู้อำนวยการทั่วไปของการท่องเที่ยวไอซ์แลนด์ ระบุว่า ภัยคุกคามที่แท้จริงคือการสูญเสียความเชื่อมั่นของประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลานานมากในการฟื้นฟูกลับคืนมา

เมื่อถูกถามให้เลือกระหว่างการมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นหรือนักท่องเที่ยวที่มาถูกจังหวะเวลามากขึ้นในปี 2027 ทั้งตัวแทนจากบอสตันและไอซ์แลนด์ต่างเลือกการบริหารจัดการจังหวะเวลา

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้