ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ครม.ทุ่ม 1 หมื่นล้านเยียวยาน้ำท่วม พร้อมสั่งคุมเข้มขยะพิษ

ครม.อนุมัติงบกลางกว่า 10,500 ล้านบาท เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม 1.48 ล้านครัวเรือน พร้อมสั่งกรมศุลกากรคุมเข้มลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
21 Oct 2026ที่มา: Matichon Politics4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ครม.ทุ่ม 1 หมื่นล้านเยียวยาน้ำท่วม พร้อมสั่งคุมเข้มขยะพิษ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ครม.ไฟเขียวงบกลาง 10,508.87 ล้านบาท เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 2569 จำนวน 1,481,401 ครัวเรือน
  • นายกฯ สั่งกรมศุลกากรตรวจสอบตู้สินค้าและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าขยะพิษอย่างเด็ดขาด
  • วราวุธยืนยันเดินหน้าจัดการโรงงานรีไซเคิลเถื่อน พร้อมคุมเข้มการนำเข้าเศษพลาสติก
  • คลังผนึกกำลัง 7 แบงก์รัฐออก 3 มาตรการพักหนี้และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 0%

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพิ่มเติมจำนวน 10,508,876,400 บาท เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2569 รวมจำนวน 1,481,401 ครัวเรือน โดยมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยรับงบประมาณและจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านธนาคารออมสิน พร้อมเปิดทางให้สามารถถัวจ่ายข้ามจังหวัดและข้ามรายการได้ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงถึงกระแสข่าวที่ระบุว่ารัฐบาลไม่มีแผนสำรองและงบประมาณหมดลงแล้วว่า ความจริงแล้วการเยียวยาภัยพิบัติจำเป็นต้องรอให้เกิดเหตุ สำรวจความเสียหาย และตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเสนอ ครม. ซึ่งเงินช่วยเหลือดังกล่าวไม่ใช่มาจากงบประจำแต่มาจากงบกลาง โดยงบกลางก้อนแรกจำนวน 4,700 ล้านบาทที่เหลือตั้งแต่ปี 2569 ไม่ได้ถูกส่งคืนกระทรวงการคลัง เนื่องจากประเมินสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงล่วงหน้า จึงนำมาตั้งเป็นงบช่วยเหลือระยะยาวเพื่อให้การจ่ายเงินถึงมือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด

Thailand government disaster relief meeting room

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

10,508 ลบ.งบเยียวยาน้ำท่วม
1.48 ล้านครัวเรือนที่ได้รับความช่วยเหลือ
7 แห่งแบงก์รัฐร่วมพักหนี้

ในประเด็นการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้กวาดล้างขยะพิษและการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ พร้อมกำชับให้กรมศุลกากรตรวจสอบเรือและตู้สินค้าที่ลักลอบนำเข้าอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมอบหมายให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เร่งจัดการกับปัญหาขยะอุตสาหกรรมที่เป็นพิษร่วมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

"ที่บอกว่าไม่ได้วางแผนนั้น มันต้องเกิดภัยพิบัติก่อน ถึงมีการไปสำรวจ เมื่อสำรวจแล้ว ก็ต้องมีการตรวจสอบ จะทำเรื่องนำเสนอ ครม. ซึ่งเงินนี้ไม่ใช่เงินที่มาจากงบประจำ ต้องมาจากงบกลางของนายกฯ ก็นำมาเสนอนายกฯ หากเกิน 100 ล้านบาท ก็ต้องเข้าที่ประชุม ครม. เพื่ออนุมัติ"

อนุทิน ชาญวีรกูล

ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่าตนไม่มีแนวทางแก้ปัญหาหลังลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์เถื่อนในจังหวัดปราจีนบุรี โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่าหดหู่และต้องเร่งสะสางอย่างจริงจัง จากการตรวจสอบพบผู้เกี่ยวข้องเป็นชาวต่างชาติและมีความผิดปกติเรื่องบัตรประชาชน ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ฟ้องร้อง และยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด พร้อมเตรียมจำกัดการนำเข้าเศษพลาสติกเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม และสั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศเร่งตรวจสอบโรงงานประเภท 105 และ 106 กว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

มาตรการแก้ไขปัญหาขยะพิษและขยะอิเล็กทรอนิกส์ลักลอบนำเข้าถือเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลไทยมาอย่างยาวนาน เนื่องจากช่องโหว่ทางกฎหมายและการใช้ชื่อนอมินีตั้งโรงงานรีไซเคิลบังหน้า การที่รัฐบาลบูรณาการหลายหน่วยงานทั้งกระทรวงอุตสาหกรรมและกรมศุลกากรเข้าตรวจสอบเชิงลึกถึงเส้นทางการเงินและเพิกถอนใบอนุญาต จึงเป็นก้าวสำคัญในการตัดวงจรขยะพิษข้ามชาติที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังได้ออกมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 โดยร่วมมือกับ 7 ธนาคารรัฐในการพักชำระหนี้ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือนถึง 1 ปี รวมถึงสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0% ถึง 1.99% สำหรับซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เสริมสภาพคล่องทางการเกษตร และเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างครบวงจร

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้