ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สมาพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย หนุนแก้ พ.ร.บ. สสส.

นายสมบูรณ์ แก้วเกรียงไกร ประธาน TABF ยื่นหนังสือถึง นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.พรรคประชาชน เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม หนุนปรับระบบจัดสรรเงินภาษีสุราและยาสูบ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
21 Oct 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
สมาพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย หนุนแก้ พ.ร.บ. สสส.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • TABF ยื่นหนังสือหนุนแก้ พ.ร.บ. สสส. วันที่ 20 ตุลาคม
  • เสนอให้นำเงินภาษีเข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดินเพื่อความโปร่งใส
  • แนะเก็บภาษีสุราชุมชนตามสัดส่วนผลกระทบและกำลังการผลิต
  • นายเท่าพิภพรับเรื่องเตรียมพิจารณาในคณะกรรมาธิการฯ

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายสมบูรณ์ แก้วเกรียงไกร ประธานสมาพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABF) พร้อมด้วย ดร.วิทธิลักษณ์ จันทร์ธนสมบัติ เลขาธิการสมาพันธ์ และผู้แทนเครือข่ายสุราชุมชน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร

การเข้าพบและยื่นหนังสือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงจุดยืนเห็นด้วยต่อการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 โดยเฉพาะในประเด็นการปรับปรุงระบบจัดเก็บและจัดสรรเงินบำรุงกองทุนที่มาจากภาษีสุราและยาสูบ

Thailand government building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ทางสมาพันธ์ฯ ได้ชี้แจงว่าเป้าหมายของการเสนอปรับปรุงระบบดังกล่าวคือ เพื่อให้การใช้เงินภาษีของประชาชนมีความสอดคล้องกับหลักวินัยการเงินการคลังของรัฐและระบบงบประมาณแผ่นดินอย่างแท้จริง โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะคัดค้านนโยบายการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนแต่อย่างใด

"เงินภาษีที่จัดเก็บจากประชาชนควรเข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดิน เพื่อให้การใช้จ่ายได้รับการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง เงินทุกบาททุกสตางค์ควรใช้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส"

นายสมบูรณ์ แก้วเกรียงไกร

นายสมบูรณ์ระบุเพิ่มเติมว่า หากหน่วยงานใดนำเงินภาษีไปใช้แล้วผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ลงทุนไป ย่อมอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบในระยะยาวได้ การนำงบประมาณเข้าสู่ระบบส่วนกลางจึงช่วยให้เกิดการตรวจสอบที่รัดกุมขึ้น

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การแก้ไข พ.ร.บ. กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ถือเป็นประเด็นข้อถกเถียงสำคัญในเชิงนโยบายสาธารณะและการคลังของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เนื่องจาก สสส. ได้รับการจัดสรรเงินสนับสนุนในรูปแบบกองทุนนอกงบประมาณที่มาจากภาษีบาป (สุราและยาสูบ) ในอัตราร้อยละ 2 ของภาษีสรรพสามิต เพื่อใช้ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพโดยเฉพาะ การที่ภาคเอกชนและผู้ประกอบการสุราชุมชนออกมาขับเคลื่อนให้ดึงเงินส่วนนี้เข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดิน จึงสะท้อนมุมมองเรื่องการจัดระเบียบวินัยการเงินการคลังและการตรวจสอบความโปร่งใสที่เข้มงวดขึ้นตามระบบราชการปกติ

ด้าน ดร.วิทธิลักษณ์ ได้กล่าวเสริมในประเด็นอัตราภาษีว่า การจัดเก็บภาษีจากผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควรเป็นไปตามหลักความเป็นธรรม โดยผู้ผลิตที่ก่อผลกระทบต่อสุขภาพมากควรต้องจ่ายมาก ในขณะที่ผู้ผลิตที่ก่อผลกระทบน้อยควรจ่ายน้อยกว่า ดังนั้น ผู้ผลิตสุราชุมชนที่มีกำลังการผลิตขนาดเล็กจึงไม่ควรถูกจัดเก็บภาษีในอัตราเดียวกันกับผู้ผลิตสุรารายใหญ่

ในส่วนของตัวแทนฝั่งการเมือง นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ได้กล่าวภายหลังรับมอบหนังสือว่า ทางคณะทำงานจะนำหนังสือและข้อเสนอทั้งหมดของทางสมาพันธ์ฯ ไปพิจารณาร่วมกันต่อในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้