อังกฤษเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มศัลยกรรมความงาม
รัฐบาลอังกฤษเตรียมบังคับใช้กฎหมายใหม่ในปี 2027 กำหนดให้เฉพาะผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมให้บริการศัลยกรรมความงามความเสี่ยงสูง เช่น การฉีดฟิลเลอร์สะโพก (Liquid BBL) และห้ามทำในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมกำหนดโทษปรับและข้อหาทางอาญาสำหรับผู้ให้บริการเถื่อน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัฐบาลอังกฤษเตรียมบังคับใช้กฎหมายควบคุมศัลยกรรมความงามความเสี่ยงสูงในปี 2027
- กำหนดให้เฉพาะแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ผดุงครรภ์ และเภสัชกรที่ผ่านการอบรมเท่านั้นที่ให้บริการได้
- ห้ามทำหัตถการความเสี่ยงสูงเหล่านี้ให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีอย่างเด็ดขาด
- ผู้ให้บริการเถื่อนอาจต้องเผชิญกับข้อหาทางอาญาและโทษปรับสูงสุดถึง 4,000 ปอนด์
อุตสาหกรรมเสริมความงามในประเทศอังกฤษกำลังจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ภายใต้แผนการของรัฐบาลที่มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและปราบปรามผู้ให้บริการเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ โดยกฎหมายใหม่นี้คาดว่าจะมีการบังคับใช้ภายในปี 2027 หลังจากที่ผ่านมาไม่มีข้อจำกัดที่ชัดเจนว่าใครสามารถให้บริการหัตถการแบบไม่ใช้มีดผ่าตัดเหล่านี้ได้บ้าง
มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางรายงานเกี่ยวกับอันตรายและภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หลังจากมีผู้ให้บริการนอกสถานที่ลักลอบทำศัลยกรรมตามบ้านพัก Airbnb ห้องพักโรงแรม หรือแม้แต่ห้องน้ำสาธารณะ จนทำให้ผู้รับบริการหลายรายได้รับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง มีแผลเป็นถาวร หรือถึงขั้นเสียชีวิตและต้องเข้ารับการรักษาตัวในห้องไอซียู

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ตัวอย่างเคสที่สะเทือนใจ ได้แก่ อลิซ เวบบ์ คุณแม่ลูกห้าจากกลูเซสเตอร์เชียร์ ที่เสียชีวิตภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังเข้ารับการฉีดสารเติมเต็มสะโพกหรือ Liquid Brazilian Butt Lift (BBL) ในปี 2024 และในปีเดียวกัน ซาชา ดีน จากเบดฟอร์ดเชียร์ ก็ต้องตกอยู่ในอาการโคม่าและเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis) หลังจากเข้ารับบริการประเภทเดียวกันในบ้านพักส่วนตัว
ภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่นี้ การฉีดสารเติมเต็มในส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่ไม่ใช่ใบหน้า เช่น การทำ Liquid BBL จะถูกจัดประเภทตามกฎหมายให้เป็นหัตถการศัลยกรรมความงาม ขณะที่หัตถการความเสี่ยงสูงอื่นๆ เช่น การทำเคมิคอลพีลความลึกสูง การทำแวมไพร์เฟเชียล (vampire facial) การกรอผิวระดับไมโคร และเลเซอร์บางประเภท จะถูกจำกัดให้ทำได้โดยแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ผดุงครรภ์ และเภสัชกรที่ผ่านการฝึกอบรมเท่านั้น
"Very quickly it turned into a complete nightmare. I had a heart attack, one of my lungs had collapsed, my kidneys were failing. My body was just completely shutting down."
Sasha Dean
การออกกฎหมายควบคุมหัตถการความงามแบบไม่ผ่าตัด (non-surgical procedures) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เนื่องจากที่ผ่านมาช่องโหว่ทางกฎหมายทำให้ผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพสามารถเปิดให้บริการฉีดสารเคมีหรือฟิลเลอร์เข้าสู่ร่างกายได้ง่าย การยกระดับให้หัตถการเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมของบุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะ จึงช่วยลดความเสี่ยงด้านภาวะแทรกซ้อนอันตราย เช่น เนื้อตายหรือการติดเชื้อในกระแสเลือดที่มักพบในคลินิกเถื่อน
นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังห้ามให้บริการหัตถการความเสี่ยงสูงแก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีอย่างเด็ดขาด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการสั่งห้ามการฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปากและโบท็อกซ์ใบหน้าในเด็กไปแล้ว พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังได้กำหนดโทษทางอาญาและค่าปรับคงที่สูงสุด 4,000 ปอนด์สำหรับผู้ให้บริการที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบ
ที่มา: BBC Health
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น