ข้ามไปเนื้อหาหลัก

โครงการอุโมงค์ 3.6 หมื่นล้านปอนด์แก้วิกฤตน้ำเสียวินเดอร์เมียร์

เผยแผนสร้างอุโมงค์ยาว 12 ไมล์งบ 3.6 พันล้านปอนด์แก้ปัญหาน้ำเสียในทะเลสาบวินเดอร์เมียร์ แหล่งมรดกโลกยูเนสโกในอังกฤษ รอรัฐบาลตัดสินใจ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
21 Oct 2026ที่มา: BBC Science & Environment3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
โครงการอุโมงค์ 3.6 หมื่นล้านปอนด์แก้วิกฤตน้ำเสียวินเดอร์เมียร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • เสนอโครงการสร้างอุโมงค์ยักษ์ยาวถึง 12 ไมล์ งบลงทุน 3.6 พันล้านปอนด์
  • แก้ปัญหาน้ำเสียและสาหร่ายบลูมเปลี่ยนทะเลสาบเป็นสีเขียวทุกฤดูร้อน
  • มี 2 ทางเลือกในการระบายน้ำออกสู่แม่น้ำลีเวินหรือทะเลไอริช
  • รอรัฐบาลอังกฤษตัดสินใจอนุมัติและพิจารณาแหล่งเงินทุน

กลุ่มนักอนุรักษ์และบริษัทน้ำประปา United Utilities ได้ร่วมกันเปิดเผยแผนงานมูลค่า 3.6 พันล้านปอนด์ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียที่ถูกปล่อยลงสู่ทะเลสาบวินเดอร์เมียร์ ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศอังกฤษ ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาน้ำในทะเลสาบเปลี่ยนเป็นสีเขียวจัดในช่วงฤดูร้อนเนื่องจากการเจริญเติบโตของสาหร่าย หรือที่เรียกว่า algal blooming จากสาเหตุของสารอาหารที่สะสมในน้ำ

แผนงานดังกล่าวมีชื่อย่อว่า "Only Rainwater into Windermere" หรือ ORiW โดยหัวใจสำคัญคือการก่อสร้างอุโมงค์ขนาดความกว้าง 4 เมตร และมีความยาวสูงสุดถึง 12 ไมล์ หรือประมาณ 19 กิโลเมตร เพื่อลำเลียงน้ำเสียออกจากพื้นที่ทะเลสาบ นอกจากนี้ โครงการนี้ยังจะช่วยเชื่อมต่อประชาชนจำนวน 12,800 คนเข้ากับระบบบำบัดน้ำเสียเป็นครั้งแรก ผ่านการสร้างโครงข่ายท่อความยาวรวมถึง 86 ไมล์ หรือ 138 กิโลเมตร พร้อมโรงบำบัดน้ำเสียแห่งใหม่เพียงแห่งเดียว

3.6 พันล้านปอนด์งบประมาณโครงการ
12 ไมล์ความยาวอุโมงค์สูงสุด
18 ล้านนักท่องเที่ยวต่อปี

ทางเลือกในการระบายน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การระบายลงสู่แม่น้ำลีเวิน หรือระบายออกสู่ทะเลไอริชบริเวณเมืองอัลเวอร์สตัน ในส่วนของการระบายเงินทุนเพื่อดำเนินโครงการ มีการเสนอแนวทางที่แตกต่างกันระหว่างการให้ลูกค้ารับภาระเพิ่มขึ้นสูงสุด 3.17 ปอนด์ต่อเดือน หรือการกระจายภาระค่าใช้จ่ายไปยังระดับประเทศซึ่งจะทำให้บิลค่าบริการทั่วอังกฤษเพิ่มขึ้นสูงสุด 35 เพนนีต่อเดือน เนื่องจากมองว่าทะเลสาบแห่งนี้มีความสำคัญระดับชาติและนานาชาติ

UK water treatment infrastructure construction

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

"ในสหราชอาณาจักร เราลงทุนเป็นช่วงเวลา 5 ปี ดังนั้นเราจึงเข้ามาทำทีละนิด จากนั้นก็จากไปแล้วกลับมาทำเพิ่มอีก นี่คือการบอกว่าเราจำเป็นต้องทำอะไรที่แตกต่างออกไป"

ลูอิส เบียร์ดมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ United Utilities

ทะเลสาบวินเดอร์เมียร์ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติ Lake District ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกจากยูเนสโก และดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 18 ล้านคนในแต่ละปี ทะเลสาบแห่งนี้กักเก็บน้ำไว้ประมาณ 3 แสนล้านลิตร จนต้องใช้เวลาถึง 9 เดือนกว่าที่น้ำจากปลายด้านหนึ่งจะไหลไปถึงอีกด้านหนึ่ง ปัจจุบันระบบบำบัดน้ำเสียรอบทะเลสาบมีความกระจัดกระจายและมักเกิดการล้นทะลักของน้ำดิบเมื่อฝนตกหนัก

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามครั้งประวัติศาสตร์ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักร จากเดิมที่มักเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้น มาเป็นการลงทุนระยะยาวระดับศตวรรษเพื่อปกป้องระบบนิเวศเปราะบางของพื้นที่มรดกโลก ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อนาคตของโครงการนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลสหราชอาณาจักรว่าจะอนุมัติให้พัฒนาต่อหรือไม่ รวมถึงท่าทีในการสานต่อคำมั่นสัญญาที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม สตีฟ รีด เคยให้ไว้ในเดือนมีนาคม 2025 ในการยุติการปล่อยน้ำเสียทั้งหมดลงสู่วินเดอร์เมียร์

ที่มา: BBC Science & Environment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้