ทรัมป์และเซเลนสกีเผชิญความร้าวลึก แม้มีความพยายามเจรจา
ความสัมพันธ์ระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ตึงเครียดหนัก หลังสหรัฐฯ เปิดตลาดให้ดีเซลรัสเซียและระงับคว่ำบาตร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ เข้าพบโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์
- โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจเปิดตลาดสหรัฐฯ ให้กับน้ำมันดีเซลของรัสเซีย สร้างความไม่พอใจให้ยูเครน
- ทำเนียบขาวระงับมาตรการคว่ำบาตรกว้างขวางต่อรัสเซียภายใต้กฎหมาย Graham Act
- สหรัฐฯ ปฏิเสธข่าวการจำกัดการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง โดยอ้างว่าเป็นปัญหาซอฟต์แวร์
การสวมกอดที่สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของโดนัลด์ ทรัมป์ มอบให้กับโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ก่อนการเจรจาในกรุงออสโล แทบจะไม่ได้ช่วยลดความเคลือบแคลงใจของผู้นำยูเครนที่มีต่อนโยบายของสหรัฐฯ เลย แม้ว่าเซเลนสกีจะโพสต์วิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวลงบนโซเชียลมีเดียพร้อมข้อความระบุว่ายูเครนกำลังทำงานเพื่อสันติภาพและขอบคุณผู้สนับสนุนก็ตาม
หากพิจารณาจากเหตุการณ์ตลอดเดือนนี้ หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าผู้นำยูเครนยังมองโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นพันธมิตรอยู่หรือไม่ ทั้งสองฝ่ายไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกันนัก แต่ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ทั้งคำพูดและการกระทำกลับแสดงให้เห็นถึงรอยร้าวที่ลึกซึ้งที่สุดครั้งหนึ่งในความสัมพันธ์อันเปราะบางนี้
วิเคราะห์เพิ่มเติม: ความตึงเครียดระลอกล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการทูตแบบกดดันของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มักสร้างความประหลาดใจและแรงกระแทกทางการเมืองให้กับพันธมิตรดั้งเดิม การที่สหรัฐฯ ปรับท่าทีเข้าหาฝ่ายรัสเซียในประเด็นการค้าและมาตรการคว่ำบาตร ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงของยูเครนที่ต้องพึ่งพาอาวุธยุทโธปกรณ์และความช่วยเหลือจากชาติตะวันตกในการรับมือกับการโจมตีทางอากาศ
ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เคยเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งในห้องทำงานรูปไข่ ซึ่งทรัมป์กล่าวหาว่าเซเลนสกีเล่นการพนันกับสงครามโลกครั้งที่ 3 จนนำไปสู่การระงับความช่วยเหลือทางทหารชั่วคราว ก่อนที่ยุโรปจะเข้ามามีบทบาทในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ แทน ทว่าในปัจจุบัน ปัญหาการขาดแคลนขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) รวมถึงรายงานข่าวเรื่องการจำกัดการเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink และข้อมูลข่าวกรอง ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้ยูเครนรับมือกับการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจากรัสเซียได้ยากลำบากยิ่งขึ้น
"สิ่งที่รัฐบาลทรัมป์กำลังทำคือการมอบแครอทให้กับรัสเซีย และมอบไม้เรียวให้กับยูเครน"
วิลเลียม เทเลอร์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเคียฟ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในสัปดาห์เดียวกันนี้ คณะผู้แทนยูเครนที่เดินทางไปเยือนไมอามีเพื่อหารือกับทูตพิเศษอย่างวิตคอฟฟ์ และจาเรด คุชเนอร์ ต้องประหลาดใจกับข่าวการบรรลุข้อตกลงระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับวลาดิมีร์ ปูติน ในการเปิดตลาดสหรัฐฯ ให้กับดีเซลรัสเซีย ซึ่งถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณตำหนิยูเครนที่เดินหน้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซีย ยิ่งไปกว่านั้น ในวันศุกร์ต่อมา ทรัมป์ยังได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรกว้างขวางต่อรัสเซียภายใต้กฎหมาย Graham Act โดยอ้างว่าจะช่วยเปิดทางให้กับการเจรจาสันติภาพประสบความสำเร็จ ขณะที่คิริล ดมิทรีฟ ทูตพิเศษของปูติน ยกย่องว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่หวนคืนสู่วิถีแห่งอลาสกา
ในขณะที่ข้อจำกัดด้านการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองยังคงเป็นประเด็นถกเถียง โดยมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการหยุดชะงัก พร้อมโทษว่าเป็นปัญหาซอฟต์แวร์ที่ทำให้ระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าขัดข้อง เช่นเหตุการณ์ขีปนาวุธ S-400 ของรัสเซียโจมตีกรุงเคียฟเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ทางด้านเจ้าหน้าที่ยูเครนยังคงเผชิญอุปสรรคจากการที่ระบบ Starlink ถูกจำกัดความเร็วในการเชื่อมต่อ ทำให้กองทัพสกัดกั้นโดรนรัสเซียได้ยากลำบากยิ่งขึ้น
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น