แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดพ่ายโคโม 1-4: บรูโนจวกแผนคาร์ริก
แมนยูพ่ายยับต่อโคโม 4-1 ในศึกแชมเปียนส์ลีก ทำให้บรูโน เฟอร์นันเดส ออกมาวิจารณ์แท็กติกของไมเคิล คาร์ริก อย่างดุเดือด และทีมไม่ชนะใครมาแล้ว 7 นัดติด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดบุกไปพ่ายโคโม 4-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
- บรูโน เฟอร์นันเดส ออกโรงวิจารณ์แท็กติกของหัวหน้าผู้ฝึกสอน ไมเคิล คาร์ริก หลังจบเกม
- ปีศาจแดงไร้ชัยชนะติดต่อกัน 7 นัดทุกรายการ และรั้งอันดับ 13 ในพรีเมียร์ลีก
- สถานการณ์ของคาร์ริกตกอยู่ในความเสี่ยงก่อนเกมพบกับบอร์นมัธในวันอาทิตย์นี้
ค่ำคืนอันน่าอับอายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์บนเวทียุโรปของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเกิดขึ้นที่ประเทศอิตาลี เมื่อพวกเขาถูกโคโมถล่มยับเยินด้วยสกอร์ 4-1 ในการแข่งขันยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ความพ่ายแพ้ครั้งนี้สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับกุนซือ ไมเคิล คาร์ริก จนต้องเผชิญกับคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตการคุมทีมของตนเอง
หลังเสียงนกหวีดหมดเวลาสิ้นสุดลง คาร์ริกเดินตรงไปยกมือขอโทษแฟนบอลผู้มาเยือนจำนวน 700 คนที่เดินทางไปเชียร์ โดยไม่ได้เข้าไปทักทายลูกทีมของตนเอง ภาพดังกล่าวชวนให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 ที่โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ เคยทำลักษณะเดียวกันหลังพ่ายแพ้ต่อวัตฟอร์ด 4-1 และถูกปลดจากตำแหน่งในอีก 24 ชั่วโมงต่อมา
การเปรียบเทียบสถานการณ์ของไมเคิล คาร์ริก กับโอเล กุนนาร์ โซลชาร์ สะท้อนให้เห็นถึงวัฏจักรแห่งความกดดันในสโมสรใหญ่ระดับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ผลงานดิ่งลงเหวช่วงต้นฤดูกาลมักนำไปสู่จุดจบของผู้จัดการทีมอย่างรวดเร็ว แม้ว่าก่อนหน้านี้คาร์ริกจะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในการพาทีมกลับสู่แชมเปียนส์ลีกได้ก็ตาม

ภาพโดย Claudio Schwarz / Unsplash
อย่างไรก็ตาม บรูโน เฟอร์นันเดส กัปตันทีมปีศาจแดงผู้ขึ้นชื่อเรื่องความใส่ใจในรายละเอียดและเข้าใจเรื่องแท็กติกเป็นอย่างดี ได้ออกมาพูดผ่านสื่อหลังเกมโดยพุ่งเป้าไปที่เรื่องแผนการเล่น ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสียหายให้กับสถานการณ์ภายในทีม โดยนิโก ปาซ นักเตะดาวเด่นของโคโม เป็นผู้เบิกสกอร์แรกตั้งแต่ 2 นาทีแรก มีส่วนร่วมกับประตูที่สอง และทำประตูที่สามให้ทีมเจ้าบ้าน
ผลงานอันย่ำแย่ทำให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไม่ชนะใครติดต่อกันเป็นนัดที่ 7 แล้ว ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ยุคของหลุยส์ ฟาน กาล ที่เคยไม่ชนะใคร 8 นัดติดช่วงปลายปี 2015 สถานการณ์ในลีกปัจจุบันพวกเขารั้งอยู่อันดับที่ 13 มีคะแนนเหนือโซนตกชั้นเพียง 3 คะแนนเท่านั้น และยังมีโปรแกรมต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของบอร์นมัธ ทีมอันดับ 15 ในวันอาทิตย์นี้
"ผมมักจะเดินไปหาแฟนบอลเสมออยู่แล้ว ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม ดังนั้นจึงไม่ใช่เหตุผลที่แตกต่างออกไปเป็นพิเศษในการที่ผมเดินไปหาพวกเขา"
ไมเคิล คาร์ริก
ความพ่ายแพ้ยับเยินครั้งนี้สร้างความเจ็บปวดมากยิ่งขึ้นเมื่อย้อนกลับไปมองว่า สมัยที่ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ยุโรปครั้งล่าสุดเมื่อปี 2008 ทางฝั่งโคโมยังเป็นเพียงทีมกึ่งอาชีพที่เล่นอยู่ในเซเรีย ดี ต่อหน้าผู้ชมเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น ขณะที่การเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา เนื่องจากสโมสรไม่สามารถหาผู้เล่นเข้ามาแข่งขันกับลุก ชอว์ ในตำแหน่งแบ็กซอง และเบนจามิน เซสโก ในแนวรุกได้
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น