ข้ามไปเนื้อหาหลัก

รัฐบาลไฟเขียว ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน 2569

ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ชูมาตรการเด็ดขาดเอาผิดนายจ้างค้างจ่ายค่าจ้าง คิดดอกเบี้ย 15% ต่อปี พร้อมโทษปรับสูงสุด 2 ล้านบาท

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
22 Oct 2026ที่มา: Matichon Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
รัฐบาลไฟเขียว ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านฉบับใหม่เพื่อปิดช่องโหว่กฎหมายเดิม
  • กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างและค่าชดเชยให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานที่กำหนดไว้
  • นายจ้างที่ค้างจ่ายค่าจ้างต้องเผชิญอัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปีตลอดระยะเวลาผิดนัด
  • เพิ่มบทลงโทษรุนแรงด้วยโทษปรับสูงสุดถึง 2 ล้านบาทสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย

รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเชิงรุกเพื่อยกระดับความคุ้มครองทางกฎหมายแก่แรงงานนอกระบบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านซึ่งมักประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำและถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้างมาอย่างยาวนาน ล่าสุดคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านฉบับใหม่ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมายที่เคยเปิดทางให้มีการจ่ายค่าจ้างล่าช้าหรือการเบี้ยวเงินค่าจ้างโดยไม่มีบทลงโทษที่รุนแรงพอในอดีต

กฎหมายฉบับใหม่นี้มุ่งเน้นการสร้างความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจฐานราก โดยกำหนดให้นายจ้างหรือผู้จ้างวานมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการจ้างงานที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอัตราค่าตอบแทนที่เป็นธรรม การกำหนดภาระงานที่เหมาะสมกับเวลา และการคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงานที่บ้าน ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตเองในเบื้องต้น

handicraft home worker Thailand

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

หนึ่งในมาตรการเด็ดขาดที่บรรจุไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้คือ การจัดการกับปัญหาการค้างจ่ายค่าจ้างซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรัง โดยกฎระเบียบใหม่กำหนดให้กรณีนายจ้างจ่ายค่าจ้างล่าช้าหรือไม่ยอมจ่ายตามกำหนดเวลา จะต้องถูกคิดดอกเบี้ยในอัตรา 15% ต่อปีตลอดระยะเวลาที่ยังค้างชำระอยู่ เพื่อเป็นการกดดันให้นายจ้างต้องรีบเคลียร์ยอดค้างจ่ายให้กับแรงงานโดยเร็วที่สุด

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

15%ดอกเบี้ยค้างจ่ายต่อปี
2 ล้านโทษปรับสูงสุด (บาท)

นอกจากมาตรการทางแพ่งเรื่องดอกเบี้ยแล้ว ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ยังได้เพิ่มบทลงโทษทางอาญาที่มีความรุนแรงมากขึ้นเพื่อป้องปรามการกระทำความผิด โดยผู้ประกอบการหรือนายจ้างรายใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน จะต้องเผชิญกับโทษปรับสูงสุดถึง 2,000,000 บาท ซึ่งถือเป็นการยกระดับเพดานโทษครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์กฎหมายแรงงานไทย

"การผลักดันกฎหมายฉบับนี้เป็นการันตีว่าแรงงานอิสระและผู้รับงานไปทำที่บ้านจะได้รับความเป็นธรรมและสิทธิประโยชน์เทียบเท่าแรงงานในระบบอย่างแท้จริง"

รัฐบาลไทย

การออกกฎหมายคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านสะท้อนถึงการปรับตัวของภาครัฐในการรับมือกับรูปแบบการจ้างงานสมัยใหม่ (Gig Economy และ Informal Labor) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ปัญหาเดิมคือแรงงานกลุ่มนี้ไม่มีสถานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานทั่วไป ทำให้ขาดสิทธิในการเข้าถึงการเยียวยาเมื่อถูกเลิกจ้างหรือเบี้ยวค่าจ้าง การกำหนดโทษปรับสูงและดอกเบี้ย 15% จึงเป็นกลไกสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพจริง

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้