หมอวรงค์ จี้นโยบายรถไถอีวี 2569: ซัด สุริยะ เบี้ยวแจง
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม จี้รัฐบาลยกเลิกโครงการรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าไถนา 1.16 หมื่นล้านบาท ชี้ชาวนา 80% ต้องการเงินช่วยค่าปุ๋ยและน้ำมันมากกว่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ตั้งกระทู้ถามสดโครงการรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าไถนาวงเงิน 1.16 หมื่นล้านบาทในสภาผู้แทนราษฎร
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายวัชระพล ขาวขำ ไม่มาร่วมชี้แจงโดยอ้างติดภารกิจสำคัญ
- ระบุชาวนา 80% ไม่ต้องการรถไถอีวีแต่ต้องการลดต้นทุนค่าน้ำมันและค่าปุ๋ยราคาถูก
- จี้ให้กระทรวงเกษตรฯ ยกเลิกโครงการดังกล่าวเนื่องจากข้อมูลมีความสับสนไม่ชัดเจน
เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 22 ต.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้ยื่นกระทู้ถามสดต่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีโครงการรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าหรือรถไถอีวีที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม
อย่างไรก็ตาม นายโสภณ ซารัมย์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมสภาฯ ว่า นายสุริยะ ได้มอบหมายให้นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ชี้แจงแทน แต่นายวัชระพลกลับแจ้งว่าติดภารกิจสำคัญไม่สามารถเข้าร่วมตอบกระทู้ถามสดได้ พร้อมทั้งขอให้ทางผู้ตั้งกระทู้ฝากประเด็นสรุปไว้เพื่อให้รัฐมนตรีนำไปพิจารณาต่อไป สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ตั้งกระทู้เนื่องจากเป็นการหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางด้าน นพ.วรงค์ ได้อภิปรายในที่ประชุมสภาฯ ว่า โครงการรถไถนาอีวีตามที่นายสุริยะเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ ยังคงมีความสับสนและไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยหลังจากที่มีการเสนอโครงการดังกล่าวเข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ มีการระบุวงเงินงบประมาณสูงถึง 1.16 หมื่นล้านบาท แต่กลับไร้ความชัดเจนในรายละเอียดสำคัญหลายประการ เช่น จำนวนรถแทรกเตอร์ทั้งหมด ราคาต่อคัน ยี่ห้อที่ใช้ ตลอดจนประเทศต้นทางในการนำเข้า
"ซัดสุริยะ ถ้าไม่ยกเลิก จะกลายเป็นทำนาบนหลังชาวนา"
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม
นพ.วรงค์ ยังได้เน้นย้ำผลการสำรวจความคิดเห็นจากเกษตรกรในพื้นที่จริง โดยระบุว่าชาวนากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ต้องการรถแทรกเตอร์ไฟฟ้า แต่สิ่งที่เกษตรกรต้องการอย่างแท้จริงคือมาตรการช่วยเหลือเรื่องค่าน้ำมันราคาถูกและค่าปุ๋ยเคมีราคาประหยัด เพื่อลดภาระต้นทุนการผลิตที่มีราคาแพงในปัจจุบัน พร้อมทั้งกล่าวเตือนอย่างรุนแรงว่าหากรัฐบาลยังดึงดันดำเนินโครงการนี้ต่อไปโดยไม่ฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน จะส่งผลให้โครงการนี้กลายเป็นการซ้ำเติมเกษตรกรและเปรียบเสมือนการทำนาบนหลังชาวนาอย่างแท้จริง
บริบทเพิ่มเติม: โครงการจัดซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรด้วยเงินกู้ภาครัฐมักเผชิญเสียงวิจารณ์เรื่องความคุ้มค่าและความตรงจุดในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เนื่องจากเกษตรกรรายย่อยในประเทศไทยมักเผชิญปัญหาหนี้สินและต้นทุนปัจจัยการผลิต (ปุ๋ย น้ำมัน เมล็ดพันธุ์) มากกว่าปัญหาการขาดแคลนเครื่องจักร การผลักดันเทคโนโลยีใหม่อย่างรถไถไฟฟ้า (EV) จึงต้องคำนึงถึงความพร้อมด้านสถานีชาร์จในพื้นที่เกษตรกรรม และความสามารถในการซ่อมบำรุงระยะยาวด้วย
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น