กรวีร์ ปธ.วิปฯ ยันรัฐบาลภูมิใจไทยให้เวลาซักฟอก 4 วัน
ปธ.วิปฯ กรวีร์ ปริศนานันทกุล แจงสถิติเปรียบเทียบยุคประยุทธ์ ยันรัฐบาลภูมิใจไทยใจกว้างเพิ่มเวลาอภิปรายทั่วไปเป็น 4 วัน พร้อมให้ฝ่ายค้านใช้เต็มที่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปฯ แจงรัฐบาลจัดเวลาอภิปรายให้ 45-48 ชั่วโมง
- เปรียบเทียบสถิติยุคอดีตนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยันมีความเหมาะสม
- ระบุพรรคร่วมรัฐบาลและวิปฯ ทำงานร่วมกันเพื่อความโปร่งใส
- ยืนยันฝ่ายค้านได้รับเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเพียงพอ
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปพรรคร่วมรัฐบาล) ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงประเด็นข้อถกเถียงเรื่องกรอบเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยยืนยันว่าทางฝ่ายรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจและเปิดกว้างในการตรวจสอบ โดยมีการจัดสรรเวลาอภิปรายให้มากถึง 4 วันเต็ม หรือคิดเป็นกรอบเวลาประมาณ 45 ถึง 48 ชั่วโมง ซึ่งถือว่ามีความเหมาะสมและครอบคลุมทุกประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องการซักถาม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ประธานวิปฯ ได้นำเอาสถิติและข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีตสมัยรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาทำการเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน โดยชี้ให้เห็นว่าระยะเวลา 4 วันที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจัดสรรให้นั้นไม่ได้น้อยไปกว่าในอดีต และบางกรณีอาจจะมีความยืดหยุ่นมากกว่าด้วยซ้ำ เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่ ไม่มีเจตนาที่จะจำกัดสิทธิหรือปิดกั้นการอภิปรายแต่อย่างใด
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นท่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์จาก ส.ส. ฝ่ายค้านบางส่วนที่มองว่าเวลาอาจจะกระชั้นชิดเกินไปสำหรับการลงรายละเอียดในหลายโครงการสำคัญ อย่างไรก็ตาม นายกรวีร์ เน้นย้ำว่าทางวิปพรรคร่วมรัฐบาลได้พิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว ทั้งในแง่ของข้อบังคับการประชุมสภาและปริมาณเนื้อหาที่คาดว่าจะนำมาอภิปราย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้ติดตามรับชมการถ่ายทอดสด
“เรายืนยันว่ารัฐบาลมีความจริงใจ และสถิติในอดีตก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า 4 วันคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการอภิปราย”
กรวีร์ ปริศนานันทกุล
การกำหนดกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 หรือมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญไทย มักเป็นจุดปะทะคารมสำคัญระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในทุกยุคทุกสมัย เนื่องจากเวลาที่จำกัดคือเครื่องมือในการบริหารการประชุม ขณะเดียวกันก็เป็นโจทย์ใหญ่ของฝ่ายค้านในการบริหารเวลาเพื่อขุดคุ้ยประเด็นเด็ด การที่ประธานวิปฯ นำสถิติในอดีตมาอ้างอิงจึงเป็นกลยุทธ์ในการสร้างความชอบธรรมเชิงตัวเลข ลดข้อครหาเรื่องการรวบอำนาจหรือจำกัดเวลาของฝ่ายตรวจสอบ
ช่วงท้าย นายกรวีร์ ได้กล่าววิงวอนให้ทุกฝ่ายใช้เวลาที่มีอยู่อย่างสร้างสรรค์ มุ่งเน้นไปที่เนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน มากกว่าการประท้วงหรือการใช้เวลาไปกับวาทกรรมทางการเมือง เพื่อให้การอภิปรายครั้งนี้เป็นเวทีประชาธิปไตยที่มีคุณภาพสมกับที่ประชาชนรอคอย
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น