ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Uber ประกาศให้พนักงานทั้งหมด 30,000 คนใช้งาน ChatGPT Work

Uber ขยายความร่วมมือกับ OpenAI โดยให้พนักงานทั่วโลก 30,000 คนใช้งาน ChatGPT Work หลังจากเคยทดลองนำร่องกับพนักงาน 1,000 คนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
23 Oct 2026ที่มา: TechCrunch2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Uber ประกาศให้พนักงานทั้งหมด 30,000 คนใช้งาน ChatGPT Work

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Uber ขยายความร่วมมือกับ OpenAI ให้พนักงาน 30,000 คนใช้ ChatGPT Work
  • ก่อนหน้านี้เคยทดลองใช้กับพนักงาน 1,000 คนจากหลากหลายแผนกตั้งแต่ต้นปี
  • 80% ของผู้ใช้งานในช่วงทดลองเป็นพนักงานที่ไม่ได้อยู่ในสายงานวิศวกรรม
  • OpenAI เร่งขยายธุรกิจองค์กรเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญอย่าง Anthropic

Uber ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ OpenAI โดยการผลักดันให้พนักงานทั่วโลกจำนวนราว 30,000 คนหันมาใช้งาน ChatGPT Work อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการยกระดับการทำงานภายในองค์กรครั้งใหญ่ของบริษัทผู้ให้บริการเรียกรถยักษ์ใหญ่รายนี้

สำหรับ ChatGPT Work นั้น เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมในฐานะปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เอเจนต์ที่ออกแบบมาสำหรับภาคธุรกิจโดยเฉพาะ เพื่อให้ทีมงานในองค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเวิร์กโฟลว์รูปแบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

software developer working on laptop office desk

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

30,000พนักงาน Uber ทั้งหมด
1,000พนักงานในช่วงทดลอง
80%ผู้ใช้ช่วงแรกที่ไม่ใช่วิศวกร

ก่อนที่จะมีการประกาศขยายผลในครั้งนี้ Uber เคยเริ่มโครงการนำร่องการใช้งาน ChatGPT Work กับพนักงานจำนวน 1,000 คนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยดึงตัวแทนจากหลากหลายแผนกเข้ามาร่วมทดสอบระบบ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเงิน ฝ่ายปฏิบัติการ และฝ่ายผลิตภัณฑ์

"a majority of the early adopters — some 80% — were non-engineers"

Sumanth Sukumar, Uber's VP of engineering

Sumanth Sukumar รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Uber เปิดเผยกับ TechCrunch ว่า กลุ่มผู้ใช้งานยุคแรกส่วนใหญ่หรือราว 80% นั้น เป็นพนักงานที่ไม่ได้อยู่ในสายงานวิศวกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า AI ตัวนี้สามารถตอบโจทย์การทำงานของพนักงานทั่วไปได้เป็นอย่างดี

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่องค์กรขนาดใหญ่อย่าง Uber นำเครื่องมือ AI ระดับองค์กรมาใช้งานกับพนักงานทุกคน สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์อีกต่อไป แต่ถูกกระจายไปสู่แผนกสนับสนุนทางธุรกิจและการจัดการทั่วไป เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาในการทำงานซ้ำซ้อนในชีวิตประจำวัน

ในขณะเดียวกัน ทางด้าน OpenAI ก็กำลังเร่งเครื่องขยายตลาดในกลุ่มลูกค้าองค์กรอย่างรวดเร็ว เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่ดุเดือดกับคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Anthropic โดยผู้สร้าง ChatGPT รายนี้สามารถสร้างฐานลูกค้าธุรกิจที่เหนียวแน่นได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่บริษัท AI รายอื่นยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาตลาดนี้

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้