Sundar Pichai เบรกโดนัลด์ ทรัมป์ เปลี่ยนชื่อมหาสมุทรแอตแลนติก
โดนัลด์ ทรัมป์ เผยซีอีโอ Google Sundar Pichai ทัดทานการเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรแอตแลนติก หลังเคยเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอและอ่าวเม็กซิโกบน Google Maps ตามคำสั่งบริหารมาแล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โดนัลด์ ทรัมป์ เผยในงานชุมนุมเมื่อวันพุธว่าเกือบเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรแอตแลนติก
- Sundar Pichai ซีอีโอ Google โทรศัพท์ทัดทานโดยระบุว่ามหาสมุทรมีความแตกต่างและครอบคลุมหลายประเทศ
- Google และ Apple เคยปรับเปลี่ยนชื่อสถานที่บนแผนที่ตามคำสั่งบริหารของทรัมป์มาแล้ว
- ทรัมป์ยังคงมีความคิดต้องการเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรแปซิฟิกให้เป็นมหาสมุทรอเมริกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังผ่านการปราศรัยในงานชุมนุมเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดยระบุว่าเขาได้ติดต่อไปยัง Sundar Pichai ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Google เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรแอตแลนติก ทว่ากลับได้รับการปฏิเสธอย่างแข็งขันจากผู้บริหารระดับสูงรายนี้
ก่อนหน้านี้ Google และ Apple ได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนชื่อสถานที่สำคัญอย่างทะเลสาบออนแทรีโอ (Lake Ontario) และอ่าวเม็กซิโก (Gulf of Mexico) บนแอปพลิเคชันแผนที่ตามคำสั่งบริหารของทรัมป์ไปแล้ว แต่สำหรับมหาสมุทรขนาดใหญ่อย่างแอตแลนติกนั้น ทางผู้นำ Google กลับแสดงความกังวลและขอร้องไม่ให้มีการดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้น เนื่องจากมองว่ามหาสมุทรมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับนานาประเทศ
ทรัมป์ได้เล่ารายละเอียดบทสนทนาระหว่างเขากับผู้บริหาร Google ว่า ตาลืมมองหาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนชื่อมหาสมุทร โดยโทรไปถาม Sundar ว่าจะสามารถจัดการเรื่องนี้บน Google Maps ได้หรือไม่ ซึ่งทางซีอีโอ Google ตอบกลับมาทันทีว่าไม่สามารถทำได้ในครั้งนี้
"Oceans are different, sir. You know, they cover — they cover a lot — they cover really a lot of countries. Please don’t ask us to do that."
Sundar Pichai

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จากการทัดทานดังกล่าว ทำให้ทรัมป์ระบุว่าเขาน่าจะต้องล้มเลิกแผนการเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรแอตแลนติก และคงชื่อเดิมเอาไว้ดังเดิม อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจในการเปลี่ยนชื่อภูมิศาสตร์ทางน้ำของเขายังไม่จบลงเพียงแค่นั้น เนื่องจากเจ้าตัวยังคงมีความคิดที่จะเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรแปซิฟิกให้กลายเป็นมหาสมุทรอเมริกัน (American Ocean) แทน รวมถึงมีความคิดจะเปลี่ยนชื่อแม่น้ำสายสำคัญด้วยเช่นกัน แต่ได้ตัดชื่อแม่น้ำมิสซิสซิปปีออกไปเพราะมองว่าไม่ควรทำเช่นนั้น
เหตุการณ์นี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนถึงอิทธิพลของแพลตฟอร์มแผนที่ดิจิทัลระดับโลกอย่าง Google Maps ที่กลายเป็นสนามประลองเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง แม้ว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะยอมปฏิบัติตามคำสั่งบริหารในบางพื้นที่เพื่อความราบรื่นทางกฎหมายและการเมือง แต่การขีดเส้นใต้ปฏิเสธในกรณีของมหาสมุทรระดับโลกแสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดที่บริษัทเอกชนต้องคำนึงถึงผลกระทบในระดับระหว่างประเทศและเสถียรภาพของข้อมูลภูมิศาสตร์โลก
ในขณะที่ Google และ Apple ยอมทำตามคำสั่งปรับชื่อสถานที่บางแห่งบนแผนที่ แต่แอปพลิเคชันแผนที่รายอื่นอย่าง MapQuest กลับปฏิเสธที่จะทำตามแนวทางดังกล่าวตั้งแต่วันแรก ทำให้ข้อพิพาทเรื่องชื่อบนแผนียังคงมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละแพลตฟอร์ม
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น