ข้ามไปเนื้อหาหลัก

รัฐบาลต้องตอบ: ราคาน้ำมันพุ่ง-วิกฤตน้ำท่วมซ้ำเติมปากท้อง

ราคาน้ำมันกลุ่มหลักปรับขึ้นครั้งที่ 3 รวม 2.10 บาทต่อลิตร ซ้ำเติมประชาชนประสบภัยน้ำท่วม ค่าครองชีพพุ่ง รัฐจี้เร่งมาตรการช่วยเหลือ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
23 Oct 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
รัฐบาลต้องตอบ: ราคาน้ำมันพุ่ง-วิกฤตน้ำท่วมซ้ำเติมปากท้อง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ราคาน้ำมันกลุ่มหลักปรับขึ้น 3 ครั้งในเดือนเดียว รวมเพิ่มขึ้น 2.10 บาทต่อลิตร
  • ประชาชนเผชิญวิกฤตน้ำท่วมซ้ำซ้อน บ้านเรือนเสียหายและขาดรายได้
  • คำแนะนำให้รัดเข็มขัดไม่เพียงพอ เนื่องจากหลายครัวเรือนไม่มีรายจ่ายให้ลดแล้ว
  • เรียกร้องรัฐบาลลดภาษีน้ำมันและเร่งเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง

สถานการณ์ค่าครองชีพของประชาชนกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก หลังการปรับขึ้นราคาน้ำมันอีก 0.60 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มหลักครั้งที่ 3 ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น

เมื่อคำนวณรวมทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันบางกลุ่มพุ่งสูงขึ้นถึง 2.10 บาทต่อลิตร การขยับขึ้นของราคาพลังงานดังกล่าวได้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ลามไปถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชน ทั้งค่าเดินทางที่สูงขึ้น ต้นทุนการขนส่งที่ขยายตัว ตลอดจนราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารที่ขยับตัวตาม

2.10บาทต่อลิตรที่เพิ่มขึ้น
3ครั้งในหนึ่งเดือน

ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร กลุ่มอาชีพไรเดอร์ และคนทำงานที่ต้องใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เป็นเครื่องมือในการหาเลี้ยงชีพ ล้วนได้รับแรงกระแทกจากต้นทุนที่สูงขึ้นนี้โดยตรงในขณะที่กำลังเผชิญความยากลำบาก

Thailand flood disaster rescue community

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

วิกฤตครั้งนี้ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม บ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย บางครอบครัวต้องสูญเสียรายได้และต้องจัดหาเงินก้อนเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย รวมถึงซื้อหาของใช้ที่จำเป็นใหม่ทั้งหมด

การที่ราคาพลังงานและภัยพิบัติเกิดขึ้นพร้อมกันสะท้อนถึงความเปราะบางของครัวเรือนไทย โดยเฉพาะกลุ่มฐานรากที่ไม่มีเบาะรองรับทางเศรษฐกิจ มาตรการช่วยเหลือแบบเดิมจึงไม่เพียงพอต่อการพยุงปากท้องในระยะยาว

ในขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นทั้งค่าน้ำมันและค่าอาหาร เงินเยียวยาจากภาครัฐกลับยังมาไม่ถึง หรือบางส่วนที่ได้รับแล้วก็ยังไม่เพียงพอกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ทำให้หลายครอบครัวต้องจำใจควักเงินเก็บก้อนสุดท้ายออกมาใช้ หรือต้องก่อหนี้สินเพิ่มขึ้นเพื่อความอยู่รอด

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้คำแนะนำคลาสสิกอย่างการให้ประชาชนรัดเข็มขัดไม่เพียงพออีกต่อไป เนื่องจากหลายครัวเรือนได้ลดรายจ่ายลงจนแทบไม่มีส่วนใดให้ลดได้อีกแล้ว ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าซ่อมแซมบ้านล้วนเป็นรายจ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

หากราคาพลังงานยังคงมีความผันผวนอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปีนี้และตลอดปีหน้า ความเสี่ยงที่ค่าครองชีพจะทะยานสูงขึ้นอีกจึงยังมีอยู่สูงมาก สร้างความกังวลให้กับภาคประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

แม้รัฐบาลจะมีข้อจำกัดในการตรึงราคาน้ำมันเนื่องจากต้องคำนึงถึงราคาในตลาดโลกและฐานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ข้อจำกัดดังกล่าวไม่ควรผลักภาระทั้งหมดให้ประชาชนต้องแบกรับไว้ฝ่ายเดียว

ภาครัฐจึงควรเร่งพิจารณาใช้มาตรการลดภาระที่ส่งผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง เช่น การลดภาษีน้ำมันอย่างเหมาะสม การเข้าไปช่วยเหลือค่าโดยสารสาธารณะ และการเยียวยาผู้ประสบภัยให้รวดเร็วและทั่วถึง

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้