ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ยอดส่งมอบพีซี Q3 2026 ดิ่ง 21% พิษราคาแรมพุ่งสูง

Counterpoint Research เผยยอดส่งมอบพีซีทั่วโลกไตรมาส 3 ปี 2026 ร่วง 21% หลังราคาแรม เอสเอสดี และชิปประมวลผลแพงขึ้นต่อเนื่อง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
23 Oct 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ยอดส่งมอบพีซี Q3 2026 ดิ่ง 21% พิษราคาแรมพุ่งสูง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ยอดส่งมอบพีซีทั่วโลกในไตรมาส 3 ปี 2026 ดิ่งลง 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • สาเหตุหลักมาจากราคาแรม เอสเอสดี และชิปประมวลผลที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
  • ตลาดสมาร์ทโฟนในไตรมาสเดียวกันก็ซบเซาหนักสุดในรอบ 14 ปี
  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ายอดส่งมอบอาจดิ่งต่อ 27% ในไตรมาส 4 ปี 2026 นี้

ตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลกต้องเผชิญกับสภาวะถดถอยครั้งใหญ่ หลังจากราคาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทะยานสูงขึ้นต่อเนื่องนานหลายเดือน โดยรายงานจาก Counterpoint Research ระบุว่ายอดส่งมอบพีซีทั่วโลกในไตรมาส 3 ปี 2026 ลดลงถึง 21 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้จากสำนักงานวิจัยอื่นๆ อย่าง IDC และ Omdia เช่นกัน

ผลกระทบจากภาวะขาดแคลนชิ้นส่วนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงตลาดคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกที่มียอดส่งมอบลดลงจนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปีในช่วงไตรมาสเดียวกันนี้ด้วย โดยความต้องการซื้ออุปกรณ์ไอทีใหม่เริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากผู้บริโภคต้องแบกรับภาระราคาอุปกรณ์ที่แพงขึ้นเรื่อยๆ

21%ยอดส่งมอบพีซี Q3 2026 ลดลง
27%คาดการณ์ยอดลดลงใน Q4 2026

ก่อนหน้านี้ตลาดพีซีเคยเติบโตต่อเนื่องติดต่อกันนานกว่าสองปีจนถึงช่วงไตรมาส 2 ปี 2026 แต่สถานการณ์กลับพลิกผันเมื่อราคาแรม เอสเอสดี และชิปจากผู้ผลิตรายใหญ่ทั้ง Intel, AMD และ Qualcomm ขยับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทตั้งแต่คอมพิวเตอร์พกพาอย่าง MacBook ไปจนถึงบอร์ดขนาดเล็กอย่าง Raspberry Pi มีราคาแพงขึ้นตามไปด้วย

การที่ราคาชิ้นส่วนหน่วยความจำและหน่วยประมวลผลพุ่งสูงขึ้นพร้อมกัน สะท้อนถึงปัญหาคอข่วงในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตของแบรนด์ฮาร์ดแวร์ต่างๆ การที่ผู้ผลิตต้องหันไปใช้แรมรุ่นเก่าอย่าง DDR4 หรือลดสเปกการ์ดจอลงเพื่อพยายามตรึงราคาขาย แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังพยายามปรับตัวอย่างหนักท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อของชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์

มินซู คัง (Minsoo Kang) นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Counterpoint เปิดเผยว่า บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์บางแห่งได้หันมาปรับกลยุทธ์โดยเน้นเลือกใช้สเปกฮาร์ดแวร์ที่ช่วยซับแรงกระแทกจากต้นทุนชิ้นส่วนที่แพงขึ้น ส่งผลให้ตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความคุ้มค่าและคำนึงถึงราคาเริ่มหาซื้อได้ยากยิ่งขึ้น ผู้ผลิตบางรายถึงกับต้องรื้อฟื้นเทคโนโลยีเก่า เช่น การนำแรม DDR4 และหน่วยความจำกราฟิก 4GB กลับมาใช้งานใหม่อีกครั้งเพื่อลดต้นทุน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"With global shipments expected to plunge 27% in Q4 2026 and remain broadly flat in 2027, stabilization should not be mistaken for recovery."

David Naranjo

นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่าตัวเลขยอดส่งมอบที่ลดลงอย่างฮวบฮาบในไตรมาสนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฐานเปรียบเทียบในไตรมาส 3 ปี 2025 ค่อนข้างสูงเป็นพิเศษ เนื่องมาจากแรงซื้อล่วงหน้าก่อนกำหนดสิ้นสุดการสนับสนุนระบบปฏิบัติการ Windows 10 และการปรับสต็อกสินค้าเพื่อเลี่ยงมาตรการภาษีการค้าในขณะนั้น

สำหรับทิศทางในอนาคต ตลาดพีซีอาจจะยังไม่ฟื้นตัวขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยเดวิด นารานโจ (David Naranjo) ผู้อำนวยการฝ่าย ฌนสมทบของ Counterpoint ได้เตือนภาพรวมไว้ว่ายอดส่งมอบทั่วโลกอาจดิ่งลงอีกถึง 27 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 4 ปี 2026 และจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำตลอดทั้งปี 2027 พร้อมเน้นย้ำว่าการที่ตลาดหยุดทรุดตัวลงชั่วคราวนั้นไม่ควรถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการฟื้นตัวอย่างแท้จริง

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้