ข้ามไปเนื้อหาหลัก

L'Oreal เผยยา าล่าน้ำหนักกระทบยอดขายความงามและสกินแคร์

ยักษ์ใหญ่เครื่องสำอาง L'Oreal ยอมรับกระแสความนิยมยา GLP-1 ส่งผลกระทบต่อยอดขายสกินแคร์ พร้อมเผยยอดขายไตรมาสล่าสุดโต 7.7% สูงกว่าคาด

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
23 Oct 2026ที่มา: BBC Business3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
L'Oreal เผยยา าล่าน้ำหนักกระทบยอดขายความงามและสกินแคร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • L'Oreal ระบุว่าความนิยมในยาต้านโรคอ้วนและลดน้ำหนักส่งผลกระทบต่อยอดขายกลุ่มความงามและสกินแคร์
  • ยอดขายของ L'Oreal ในช่วงสามเดือนจนถึงเดือนกันยายนเติบโต 7.7% สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
  • บริษัทรุกตลาดคลินิกเสริมความงามด้วยการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Galderma เป็น 20% เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน

กระแสความนิยมในยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 กำลังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมความงามระดับโลก ล่าสุด ลอรีอัล (L'Oreal) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเครื่องสำอาง ออกมาเปิดเผยว่าการแพร่หลายของยาดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบต่อยอดขายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและความงามแล้ว หลังจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปตามภาวะน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

ในการประชุมร่วมกับนักลงทุน ผู้บริหารของ L'Oreal เปิดเผยว่า การเติบโตของการใช้ยาลดน้ำหนักส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการบริโภคสินค้าในกลุ่มความงาม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณที่ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ข่าวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่บริษัทซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ดังอย่าง Maybelline และ La Roche-Posay ประกาศผลประกอบการว่า ยอดขายในช่วงสามเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นถึง 7.7% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้

7.7%อัตราการเติบโตของยอดขาย L'Oreal ในไตรมาสล่าสุด
20%สัดส่วนการถือหุ้นใน Galderma ของ L'Oreal

สำหรับยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 เดิมทีพัฒนาขึ้นเพื่อใช้รักษาโรคเบาหวาน เช่น Ozempic, Wegovy และ Mounjaro แต่ต่อมาพบว่ามีผลพลอยได้ช่วยระงับความอยากอาหารและทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนกลายเป็นกระแสความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ตัวยาจะไม่ได้สร้างผลกระทบโดยตรง แต่การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วมักส่งผลข้างเคียงให้ผิวหนังหย่อนคล้อย โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก

dermatology skincare clinical laboratory research

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในมุมมองเชิงธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมทางการแพทย์และเภสัชกรรมสามารถเข้ามาพลิกพฤติกรรมผู้บริโภคในอุตสาหกรรมอื่นได้อย่างคาดไม่ถึง แบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกจึงต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ของตนเข้ากับเทรนด์สุขภาพใหม่เหล่านี้ แทนที่จะมองว่าเป็นเพียงกระแสชั่วคราว

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่แบรนด์ความงามต้องปรับตัวตามเทรนด์ยา GLP-1 สะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดระหว่างอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์และเครื่องสำอางที่นับวันยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาครีมบำรุงผิวแบบดั้งเดิมไปสู่การใช้ยาเพื่อปรับเปลี่ยนรูปร่าง อุตสาหกรรมความงามจึงต้องขยับเข้าสู่พื้นที่คลินิกความงามและการแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษาฐานลูกค้าและตอบโจทย์ปัญหาผิวที่ซับซ้อนขึ้น เช่น ภาวะผิวหย่อนคล้อยหลังน้ำหนักลด

เพื่อรับมือกับแนวโน้มดังกล่าว L'Oreal ได้ขยายบทบาทเข้าสู่พื้นที่คลินิกเสริมความงามมากยิ่งขึ้น โดยได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Galderma บริษัทด้านผิวหนังชื่อดัง ให้ 20% เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งสองบริษัทได้ร่วมมือกันทดสอบผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผู้ใช้ยา GLP-1 ที่มีความกังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อยผ่านการทดลองทางคลินิกแยกต่างหาก ตามรายงานของสำนักข่าว Reuters

ทั้งนี้ Galderma เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เสริมความงามยอดนิยมหลายรายการ เช่น Sculptra ผลิตภัณฑ์ฉีดกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และ Restylane สารเติมเต็มผิวหนัง หรือฟิลเลอร์ โดยทางบริษัทเคยเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับความนิยมของยา GLP-1 และความกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าเมื่อปีที่ผ่านมา ผลสำรวจของบริษัทระบุว่าผู้ใช้ยาลดน้ำหนักส่วนใหญ่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับใบหน้าของตนเองหลังจากเริ่มใช้ยา

ที่มา: BBC Business

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้