พฤติกรรมจองโรงแรมเปลี่ยน: 41% ยังเช็กราคาหลังจองแล้ว
ผลวิจัยใหม่จาก Skift และ McKinsey เผยนักเดินทางสหรัฐฯ 41% ยังคงเช็กราคาและ 29% มองหาตัวเลือกอื่นหลังจองที่พักแล้ว ท้าทายธุรกิจโรงแรม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นักเดินทาง 41% ยังคงเช็กราคาต่อเนื่องแม้จะจองโรงแรมและเที่ยวบินเรียบร้อยแล้ว
- นักเดินทาง 29% คอยมองหาตัวเลือกใหม่เผื่อเจอสิ่งที่น่าสนใจกว่าเดิม
- 51% ของนักเดินทางเคยเปลี่ยนโรงแรมหรือที่พักหลังพบตัวเลือกที่ดีกว่าบนโซเชียลมีเดีย
- สถานการณ์นี้สร้างความท้าทายให้แก่ผู้บริหารรายได้และการจัดจำหน่ายของโรงแรม
ในอดีตอีเมลยืนยันการจองคือจุดสิ้นสุดของกระบวนการขาย แต่วันนี้สำหรับนักเดินทางจำนวนมาก มันกลับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการช้อปปิ้งรอบที่สอง ซึ่งโรงแรมส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะแข่งขันในเกมนี้
ผลการศึกษาชิ้นใหม่จาก Skift และ McKinsey & Company เปิดเผยว่า 41% ของนักเดินทางในสหรัฐอเมริกา ยังคงเฝ้าติดตามราคาทริปของตนเองต่อไปหลังจากที่ทำการจองเสร็จสิ้นแล้ว นอกจากนี้ 29% ยังคงมองหาทางเลือกอื่น ๆ เผื่อว่าจะมีข้อเสนอหรือตัวเลือกที่ดีกว่าปรากฏขึ้นมา
ความตั้งใจในการเปลี่ยนการจองนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความคิด แต่มีการลงมือทำจริง โดยข้อมูลระบุว่า 51% ของนักเดินทางเคยตัดสินใจเปลี่ยนโรงแรมหรือที่พัก หลังจากได้เห็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความเป็นจริงนี้กลายเป็นโจทย์ยากสำหรับผู้บริหารฝ่ายรายได้ การจัดจำหน่าย และโปรแกรมสะสมคะแนน รวมถึงเจ้าหน้าที่บริหารทรัพย์สินของโรงแรม ที่ต้องพยายามรักษาอัตรากำไรและความสามารถในการแข่งขันในยุคที่ช่วงเวลาหลังการจองเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
พฤติกรรมนักเดินทางที่เปลี่ยนไปนี้สะท้อนว่าความภักดีต่อแบรนด์โรงแรมกำลังถูกทดสอบอย่างหนัก นโยบายการยกเลิกการจองที่ยืดหยุ่นในปัจจุบันทำให้นักเดินทางกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงแผนได้ง่ายขึ้น โรงแรมจึงต้องปรับตัวด้วยเทคโนโลยีและการสื่อสารแบบเรียลไทม์เพื่อรักษาลูกค้าไว้ตั้งแต่วันที่จองจนถึงวันเข้าพัก
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น