Snøhetta เนรมิต 6 ห้องเรียนใหม่ที่โรงเรียนประจำ Le Rosey
Snøhetta และ barth ออกแบบ 6 ห้องเรียนที่โรงเรียนประจำเก่าแก่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ Le Rosey ฉีกกฎห้องเรียนเดิมเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงนวัตกรรม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Snøhetta และ barth ร่วมกันออกแบบ 6 ห้องเรียนใหม่ที่โรงเรียน Le Rosey ในสวิตเซอร์แลนด์
- แต่ละห้องออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่หลากหลาย
- โครงสร้างเดิมที่มีความผิดปกติทางสถาปัตยกรรมท้าทายให้เกิดการแก้ปัญหาเชิงวิศวกรรม
- ห้องเรียนใหม่เน้นกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ การอภิปราย และการสำรวจ
เมื่อนึกถึงห้องเรียนในวัยเด็ก หลายคนคงนึกถึงพื้นที่จำเจที่ดูเหมือนถูกถอดแบบมาจากโรงเรียนข้างๆ ทว่าที่สถาบันการศึกษาเลื่องชื่อในสวิตเซอร์แลนด์อย่าง Le Rosey แนวคิดดังกล่าวได้ถูกพลิกโฉมใหม่โดยสตูดิโอออกแบบชื่อดัง Snøhetta ที่ร่วมมือกับบริษัท barth เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่การเรียนรู้รูปแบบใหม่ใน Impact Space
โรงเรียนประจำ Le Rosey ก่อตั้งขึ้นในเมือง Rolle เมื่อปี ค.ศ. 1880 ถือเป็นโรงเรียนประจำที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมีนักเรียน 450 คนจากกว่า 70 ประเทศ โดยพื้นที่ใหม่ 6 ห้องนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนแนวทางการเรียนรู้ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และการค้นพบสิ่งใหม่ ซึ่งแต่ละห้องจะมุ่งเน้นวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกันผ่านชื่อ สี วัสดุ และการจัดวางเฟอร์นิเจอร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความท้าทายเริ่มต้นจากสภาพห้องเดิมที่มีความผิดปกติทางโครงสร้างและแทบไม่มีผนังขนานกัน ทำให้ barth ต้องเข้ามาดูแลตั้งแต่การวิศวกรรม การผลิต และการติดตั้งงานไม้สั่งทำพิเศษเพื่อแปลงโฉมจินตนาการของ Snøhetta ให้กลายเป็นจริง ห้องแรกคือ 'Knowledge Room' ได้แรงบันดาลใจจากผืนป่า มีเสารูปต้นไม้เอียงที่ซ่อนชั้นหนังสือและที่นั่ง ส่วน 'Actis Virtus Room' ปรับประยุกต์วิธีการอภิปรายแบบ Harkness ด้วยโต๊ะรีขนาดใหญ่และเก้าอี้ที่แขวนราวกับชิงช้า
การร่วมมือระหว่าง Snøhetta และ barth ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า สถาปัตยกรรมเพื่อการศึกษาไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความสวยงาม แต่ยังต้องตอบ 100% กับโจทย์ด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ การเปลี่ยนพื้นที่ทางกายภาพให้สอดคล้องกับกระบวนการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ช่วยให้ผู้เรียนหลุดพ้นจากกรอบเดิมๆ และกระตุ้นการมีส่วนร่วมได้มากกว่าห้องเรียนสี่เหลี่ยมแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้ยังมี 'Rooted in Peace Room' ที่จำบรรยากาศโรงน้ำชาญี่ปุ่นเพื่อกระตุ้นการทบทวนตัวเอง, 'Reflection Room' ที่ใช้พื้นผิวสะท้อนภาพบิดเบือน, 'Curiosity Room' ที่ใช้ระบบม่านรูปตัว S ควบคุมความเป็นส่วนตัว และ 'Unafraid to Be Room' อัฒจันทร์สีส้มสดใสสำหรับการฝึกพูดในที่สาธารณะ ซึ่งห้องหลังนี้ถือเป็นความท้าทายสูงสุดในการสร้างพื้นผิวต่อเนื่องอย่างไร้รอยต่อ
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น