เปิด 5 ยุทธศาสตร์ลงทุนใหม่ไทย ดึง AI ชิป การเงินสีเขียว ยกระดับเศรษฐกิจ
ภาครัฐเคาะกรอบ 5 ยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ตั้งเป้าดันจีดีพีโตกว่า 3% พร้อมลุยลงทุน AI และเซมิคอนดักเตอร์แสนล้านภายในปี 2570

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กรอ. เห็นชอบกรอบ 5 ยุทธศาสตร์ลงทุนใหม่ ดันเป้าเศรษฐกิจโตกว่า 3%
- ตั้งเป้าดึงลงทุน AI และชิป 100,000 ล้านบาทภายในปี 2570
- เตรียมตั้งคณะทำงาน 5 ชุดแปลงยุทธศาสตร์สู่มาตรการปฏิบัติจริง
- ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการเงินสีเขียวและบริการการแพทย์มูลค่าสูง
คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. ได้มีมติเห็นชอบกรอบ 5 ยุทธศาสตร์เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไทยผ่านการลงทุน โดยวางเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเติบโตมากกว่า 3% พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนการลงทุนรวมให้เข้าใกล้ระดับ 30% ของจีดีพี และผลักดันขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้อยู่ใน 20 อันดับแรกของโลก
ในการประชุมเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้กำหนดทิศทางให้เทคโนโลยี พลังงานสะอาด ระบบการเงิน และบริการสุขภาพมูลค่าสูง ทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจชุดใหม่ นอกจากนี้ยังเตรียมจัดตั้งคณะทำงาน 5 ชุดเพื่อแปลงยุทธศาสตร์ทั้งหมดไปสู่มาตรการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ขณะที่นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการ ระบุว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้มีบทบาทสำคัญในการเสนอแนวทางส่งเสริมการลงทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แก้ไขอุปสรรค และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
นายเอกนิติ ได้สะท้อนมุมมองว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากหลายปัจจัย เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ สังคมสูงวัย และเศรษฐกิจสีเขียว ส่งผลให้หลายประเทศต่างเร่งดึงดูดการลงทุนและปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทาน ประเทศไทยจึงต้องเร่งลดอุปสรรคและสร้างความเชื่อมั่นเพื่อแข่งขันในเวทีภูมิภาค โดยกรอบยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ด้านประกอบด้วย:
- Investment and Industry Transformation Hub: ยกระดับอุตสาหกรรมเดิมและสร้างอุตสาหกรรมใหม่ผ่านกลไก Thailand FastPass พร้อมตั้งเป้าดึงการลงทุน AI เซมิคอนดักเตอร์ และการออกแบบชิป 100,000 ล้านบาทภายในปี 2570
- Clean Energy and Sustainability: เร่งลงทุนพลังงานสะอาด โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ และระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อรับมือกติกาการค้าโลก
- Financial Hub: ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางบริการทางการเงินภูมิภาคทั้งธนาคาร ตลาดทุน และการบริหารความมั่งคั่ง
- Medical and Health Hub: สร้างระบบนิเวศการแพทย์ครบวงจรตั้งแต่การวิจัย ผลิตยา ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพมูลค่าสูง
- มาตรการ Quick Win และ Big Win: แบ่งการดำเนินงานเป็นมาตรการแก้ข้อจำกัดเร่งด่วนและการปรับโครงสร้างระยะยาว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การกำหนดกรอบยุทธศาสตร์การลงทุนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการปรับตัวรับมือกับความท้าทายระดับโลก โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและพลังงานสะอาด การที่ภาครัฐตั้งเป้าเจาะจงไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ ถือเป็นก้าวสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมูลค่าสูงจากต่างประเทศ และช่วยลดการพึ่งพาภาคอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมที่กำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
"เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนา AI สังคมสูงวัย และเศรษฐกิจสีเขียว ขณะที่หลายประเทศเร่งดึงดูดการลงทุนและปรับห่วงโซ่อุปทาน ไทยจึงต้องลดอุปสรรค สร้างความพร้อม และสร้างความเชื่อมั่นเพื่อแข่งขันในฐานะจุดหมายการลงทุนของภูมิภาค"
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
ทุกมาตรการภายใต้กรอบยุทธศาสตร์เหล่านี้จะต้องระบุหน่วยงานเจ้าภาพ กรอบเวลา และตัวชี้วัดที่ชัดเจน ครอบคลุมทั้งปริมาณเงินลงทุน การเติบโตทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการยกระดับผู้ประกอบการไทย เพื่อขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น